"ผกก.โจ้"ระบุ ไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหา - ปัดเรียกเงิน 2 ล้าน

"ผกก.โจ้"ระบุ ไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหา - ปัดเรียกเงิน 2 ล้าน

"ผกก.โจ้"ระบุ ไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหา - ปัดเรียกเงิน 2 ล้าน

รูปข่าว : "ผกก.โจ้"ระบุ ไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหา - ปัดเรียกเงิน 2 ล้าน

"ผกก.โจ้" ระบุ ไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหา ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ปฏิเสธเรียกรับเงิน 2 ล้านบาท ขณะนี้ ผบ.ตร.ระบุ ควบคุมตัวผู้ต้องหาครบทั้ง 7 คนแล้ว

วันนี้ (26 ส.ค.2564) ความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวกร่วมกันฆาตกรรมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2564 ที่ผ่านมา

คุมตัวครบ 7 คน 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ มายังกองบังคับการปราบปราบ ขณะที่ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา รอง สว.(ป.)สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาอีกคนถูกควบคุมตัวได้ที่ จ.เพชรบุรี ขณะที่ควบคุมตัวได้ทั้งหมด 7 คนแล้ว

โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภาค 6 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภาค 7 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงข่าว 

ผบ.ตร.ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจหมดแล้ว โดยอยู่ในการควบคุมที่ สภ.นครสวรรค์ 5 คน พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อยู่ที่ กองบังคับการปราบปราม และอีกคนอยู่ระหว่างนำมาจาก จ.เพชรบุรี

การจับกุมและการรับมอบตัวพยายามทำ เพื่อให้สังคมเห็นว่า ไม่ปกป้องคนกระทำผิด นำทุกคนเข้าสู่กระบวนการุติธรรม ไม่อาจช่วยให้สูญเสียไปดีขึ้น แต่อย่างน้อยเราไม่เคยปกป้อง แล้วสังคมตำรวจ องค์กรตำรวจจะอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั้นของประชาชน

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์นี้ พร้อม ยืนยันว่าองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่ตรวจสอบได้ จะเห็นว่าไม่เคยมีตำรวจที่กระทำผิดแล้วพ้นโทษและหลบหนีไปได้ ส่วนใหญ่ดำเนินการทั้งหมด ไม่ว่าจะชั้นยศ ไหน ตั้งแต่ ผบ.ตร.ลงไปหากทำผิดจะต้องถูกลงโทษ

ผกก.โจ้ ยอมรับผิดเพียงผู้เดียว 

จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้ผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ผ่านการโทรศัพท์ โดยมีทนายความส่วนตัวและตำรวจอยู่ด้วย โดยระบุว่า เต็มใจตอบคำถามสื่อมวลชน ขณะที่ข้อหาต่าง ๆ ขอให้การในชั้นศาล พร้อมระบุว่า ในวันเกิดเหตุได้รับแจ้งจากลูกน้องว่า จับผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ พบมียาไอซ์ 1 กก. ยาบ้าเกือบ 20,000 เม็ด ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีใหญ่ จึงลงไปไปดู

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวยอมรับว่า สิ่งที่ทำไปไม่ถูกต้อง แต่ทำไปเพื่อเอาข้อมูลและทำลายยาเสพติดที่ทำลายพี่น้องประชาชนที่ จ.นครสวรรค์ และยอมรับผิดเพราะเป็นผู้สั่งลูกน้องให้ทำเอง ลูกน้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและได้ห้ามตนเองแล้ว และขอรับผิดแต่ผู้เดียว

ผมเป็นนายสั่งลูกน้อง ลูกน้องก็ต้องทำ เราทำเพื่อต้องการทำงาน เรื่องเงินไม่มี และ เอาถุงคลุมเจตนาเพื่อไม่อยากให้เขาเห็นหน้า แต่เขาพยายามเอามือฉีกถุงจึงต้องมัดเขา หลังจากนั้นจึงเอากุญแจมือไพล่หลังไม่งั้นจะฉีกถุง และนี่เป็นการกระทำครั้งแรก

ปฏิเสธเรียกรับเงิน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคลิปเสียงการเรียกรับเงินจากผู้ต้องหา พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวว่า สาบานกับพระที่ห้อยคอได้ว่า ตลอดชีวิตรับราชการ ไม่เคยมีทุจริตเรื่องเงินและเมื่อผู้ต้องหาสลบไป ก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก และจับชีพจรและลมหายใจ พบว่ายังหายใจอยู่ และเหมือนอ่อน จึงให้ลูกน้องช่วย CPR และนำตัวส่งโรงพยาบาล

ขณะที่ กรณีเสพยาเสพติด พ.ต.อ.ธิติสรรค์ได้คุยกับแฟนของผู้ต้องหาซึ่งแจ้งว่า แต่ละวันผู้ต้องหาเสพยาเสพติดจำนวนมาก นอนน้อย พักผ่อนน้อย คาดว่า น็อกจากการเสพยา

และขณะนั้นตนนึกว่า ผู้ต้องหาสลบจึงใช้น้ำมาราดเพื่อให้ตื่น ขณะนั้นก็ตกใจเพราะไม่เจอเคสแบบนี้ เพราะอาการเหมือนสลบไป ตอนแรกคิดว่าเขาแกล้งสลบด้วยซ้ำ

ยอมรับว่ากระทำผิด ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น หากศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ผมยอมรับผิดทุกประการแต่ ขอให้การว่าไม่มีเจตนาฆ่าผู้ต้องหา มีเจตนาตั้งใจที่จะทำงาน ทำงานเพื่อประชาชน

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เมื่อเกิดเหตุไม่รู้จะทำอย่างไร ก็แจ้งพ่อเขาก่อน แล้วเดี๋ยวคุยกันว่าจะทำอย่างไร ก็ปรึกษาตั้งแต่วันเกิดเหตุ และช่วยทำบุญงานศพ 30,000 บาท

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ยังกล่าวว่า ขอโทษประชาชน และยอมรับว่าทำผิดพลาดไป ขอโทษพ่อแม่ของผู้ต้องหา และใจจริงการคลุมหัวเพื่อต้องการข้อมูลยาเสพติด และขอโทษ ผบ.ตร.ที่กระทำผิด ซึ่งตำรวจที่ดีมีเยอะ 

ยืนยันทรัพย์มีเอกสารถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำคดียาเสพติดมีความพยายามกระทำแบบนี้มาก่อนหรือไม่ หรือมีการซ้อมทรมานหรือไม่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ไม่เคย นี่เป็นเคสแรก เพราะเป็นเคสใหญ่ ทราบว่ามีของกลางยาเสพติดจำนวนมาก มีลูกค้ารายใหญ่ และมีเครือข่าย ในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งการกระทำเป็นการตัดสินใจของตนเองเพียงคนเดียว

เมื่อถามว่า ทำไมต้องถอดกล้องวงจรปิดออกหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ธิติสรรค์กล่าวว่า ขณะนั้นไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนอายุยังน้อย ประสบการณ์น้อย จึงบอกให้ดำเนินการไป แต่บางส่วนมีกล้องบางตัวเสีย จึงให้ถอดกล้องออกทั้งหมดและทราบว่ามีความผิด

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ยังตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยว่า ทรัพย์สินของตนที่มี มีเอกสารรับรองถูกต้อง และเตรียมให้ทนายนำไปยื่นให้ถูกต้องทั้งหมด

จากนั้น พล.ต.อ.สุชาติ ได้ขอยุติการสัมภาษณ์โดยสื่อมวลชน เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี และยืนยันว่า จะดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรม พร้อมระบุว่า พยานหลักฐานมีข้อมูลตั้งแต่ช่วงแรก ซึ่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำทั้งหมดแล้ว

และข้อสงสัยในเรื่องการใช้ดุลพินิจของแพทย์ว่า ผลตรวจปัสสาวะพบสารแอมเฟตามีน ได้รับการยืนยันว่า ตรวจจากการร้องขอของพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ส.ค.และผ่าตรวจและไปพบสารดังกล่าวจึงลงความเห็นเช่นนั้น

ขณะที่ ผบ.ตร.ได้ให้แนวนโยบายให้ตอบสังคมจนสิ้นสงสัยและทำอย่างตรไปตรงมา และจะนำตัวไป จ.นครสวรรค์ และคณะทำงานก็จะยังสามารถดำเนินการได้

รับมอบตัวที่ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี

จากนั้น พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผบช.ภาค 6 กล่าวถึงการรับมอบตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ว่า เมื่อคืนนี้ 23.00 น. พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ได้ติดต่อไปหาและแจ้งว่า ไม่ไหวแล้ว ผมจะฆ่าตัวตาย

ตนจึงบอกไปบอกว่า ถ้าคุณตายแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเหลืออะไร ถ้าเป็นลูกผู้ชาย กลับมารับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ กลับมาชี้แจงสังคม ถ้าเป็นตำรวจต้องมีเกียรติ ผิดก็ยอมรับผิด หนีไปไม่ทำให้อะไรดีขึ้น และเขาบอกว่า ให้ไปรับที่ จ.ชลบุรี และได้แจ้งต่อ ผบ.ตร. และได้รับอนุญาตและออกเดินทาง จ.พิษณุโลก เพื่อไปรับโดยนัดที่ จ.ชลบุรี หน้า สภ.แสนสุข และนำตัวมาส่งที่กองปราบปราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เดินทางไปยัง จ.นครสวรรค์  

 

กลับขึ้นด้านบน