ปูด "ใบเสร็จลัมปี สกิน" วัวตายค่อยจ่ายวัคซีน

ปูด "ใบเสร็จลัมปี สกิน" วัวตายค่อยจ่ายวัคซีน

ปูด "ใบเสร็จลัมปี สกิน" วัวตายค่อยจ่ายวัคซีน

รูปข่าว : ปูด "ใบเสร็จลัมปี สกิน" วัวตายค่อยจ่ายวัคซีน

ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เรียงหน้าอภิปรายนโยบายแก้ปัญหาเกษตรรัฐบาลล้มเหลว ปล่อยราคาข้าวตกต่ำ จนราคาอาหารสัตว์แซงหน้า ถามท่านกินแทนข้าวหรือเปล่า พร้อมตั้งคำถามเมินรับมือโรคลัมปี สกิน ปูดอาจมีใบเสร็จวัคซีนเถื่อนหรือไม่

วันนี้ (1 ก.ย.2564) เมื่อเวลา 12.40 น.การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในวันที่ 2 ช่วงครึ่งวันยังพุ่งเป้าไปที่การบริหารล้มเหลว ซึ่งวันนี้มุ่งประเด็นความเดือดร้อนของภาคเกษตรกร นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.ขอนแก่น อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรมว.กลาโหม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ทำให้เกิดความล้มเหลวต่อระบบเกษตรกร จงใจเบียดบังทรัพยากรให้พวกพ้อง ปล่อยให้ราคาวินค้าเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงทั้งค่าน้ำมัน ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ที่ปรับอย่างน่าตกใจ

โดยมีการนำคลิปมาเปิดกลางสภา ระบุเสียงสะท้อนของชาวนาว่า “ราคาข้าวเปลือก 1 กิโลกรัมแลกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ห่อเดียว”

เทียบราคาอาหารสัตว์แพงกว่าราคาข้าว

พร้อมนำชาร์ตเทียบราคาข้าวยังถูกกว่าอาหารสัตว์ อาหารหมูเฉลี่ย 15-20 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนอาหารวัว 12 บาทต่อ กิโลกรัม แต่ราคาข้าวที่ชาวนาปลูกอย่างเหน็ดเหนื่อยตรากตรำทำงานเป็นแรมปี ราคาตกต่ำที่สุดข้าวเหนียวราคา 7.50 บาท หอมมะลิ 8.50 บาท ข้าวจ้าวปรัง 7 บาท ถูกกว่าอาหารสัตว์แล้วเกษตรกรจะอยู่อย่างไร

ผมอยากถามว่าทั้งนายกฯ รมว.เกษตรฯว่าวันนี้พวกท่านทานข้าว หรือทานอาหารสัตว์ ถึงทำตัวไม่รู้เรื่อง ไร้ความรู้สึกในความทุกข์ร้อนของประชาชน

ตอนนี้เกษตรกรแบกรับภาระหนี้สิน แต่ทั้งสองคนก็ไม่มีนโยบายพัฒนาภาคเกษตรที่จะช่วยเพิ่มผลผลิต และไม่ช่วยเหลือลดต้นทุนและการขนส่ง 

 

นอกจากนี้ นายภาควัต ยังนำเอกสารรายงานประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2558 ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งที่ระบุให้คณะกรรมการฯ นำส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง พิจารณาแต่งตั้งเรียกค่าเสียหายโครงการข้าวจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม ชี้มองว่าเป็นการใช้อคติทางการเมืองหรือไม่ 

ชี้ใบเสร็จวัวตายลัมปี สกิน

ต่อมาเวลา 13.40 น.ส.สกุณา สาระนันท์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายการแก้ปัญหาโรคลัมปี สกินในไทย ระบุมีการเตือนจาก FAO ส่งหนังสือเตือนมาตั้งแต่เดือนต.ค.ปี 63 ในกลุ่มประเทศเสี่ยงคือ ไทย เมียนมา เวียดนาม มาแล้ว แต่ไทยกลับไม่มีนโยบายตั้งรับจนเกิดการระบาดแล้ว

ซึ่งถ้าประเมินวัวที่มี 7 ล้านตัวหากอัตราตาย 5-10% เท่ากับจะมีวัวตาย 70,000-300,000 ตัว ทั้งที่คำเตือนและมีองค์ความรู้จากทั่วโลก แต่ที่ไม่มีคือใจของรัฐมนตรี ทั้งที่เตรียมตัวนำวัคซีนราคา 40 บาทต่อโดสมาฉีด

 

น.ส.สกุณา อภิปรายว่า ตอนนี้ไม่ใช่แค่เข้าสู่วัวหายล้อมคอก แต่ครั้งนี้เป็นลักษณะวัวตายค่อยจ่ายวัคซีน ตั้งข้อสังเกต 2 ทาง ว่าอาจจะประมาท เลินเล่อดขาดวิสัยทัศน์ในการควบคุมโรค และ 2 ละเว้นจงใจในการปฎิบัติหน้าที่ยกเว้นในการจัดหาวัคซีน เพราะอาจเอื้อกับกลุ่มพ่อค้าวัคซีนที่นำเข้าวัคซีนเถื่อนหรือไม่ ซึ่งตัวเองจะไม่หาใบเสร็จเช็กบิลเพื่อจับโจร

ลัมปี สกินระบาดมา 5 เดือน ถือเป็นใบเสร็จของความไม่มีใจในการแก้ปัญหาให้เกษตรกร วัวตายครึ่งแสน วัวป่วยครึ่งล้าน เป็นใบเสร็จความไร้ภูมิปัญญาของรมว.เกษตรนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี ลั่นไร้สัญญาณปรับครม.-ยุบสภา

"จุลพันธ์" ชี้นายกฯ บริหารผิดพลาด เศรษฐกิจไทยติดลบ 2 ปีซ้อน

 

ต่อมาเวลา 13.20 น. นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลบริหารการเกษตรล้มเหลว ชาวเกษตรลำไยขาดทุนต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลล่าช้า อ้อยและยางพาราก็ราคาตก รัฐบาลยังบริหารจัดการโรคระบาดในหมูล้มเหลว ยังไม่รวมปัญหาโรคลัมปี สกิน พร้อมตั้งคำถามว่า นายกฯ ส่งคนกลับไปรักษาตัวที่บ้านในชนบท แต่ไม่ส่งเงินไปด้วย อบต. และ อบจ.ก็ยินดีช่วย แต่ถามว่าเงินที่กู้มา 1 ล้านล้านเอาไปไว้ไหน

 

กลับขึ้นด้านบน