พายุ "ไอดา" ตอกย้ำปัญหาโลกร้อนรุนแรงขึ้น

พายุ "ไอดา" ตอกย้ำปัญหาโลกร้อนรุนแรงขึ้น

พายุ "ไอดา" ตอกย้ำปัญหาโลกร้อนรุนแรงขึ้น

รูปข่าว : พายุ "ไอดา" ตอกย้ำปัญหาโลกร้อนรุนแรงขึ้น

ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไอดาในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 46 คน ในขณะที่อิทธิพลของพายุสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

"พายุไอดา" ไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้สหรัฐฯ เท่านั้น พายุลูกนี้ยังเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

จุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ หลังจากพายุลูกนี้พัดขึ้นฝั่งที่รัฐลุยเซียนาทางภาคใต้และเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปตามพื้นที่บริเวณนี้

อิทธิพลจากพายุไอดาทำให้เกิดพายุทอร์นาโดหลายลูกพัดถล่มอาคารบ้านเรือนในรัฐนิว เจอร์ซีย์ ในขณะที่รัฐนิวยอร์กเผชิญสภาพอากาศเลวร้ายเป็นประวัติการณ์ จนเกิดภาพความวุ่นวายแบบนี้

ผู้โดยสารบันทึกภาพน้ำท่วมเข้ามาภายในรถโดยสาร หลังจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำลายสถิติ ขณะที่คนขับรถโดยสารคันนี้พยายามขับรถฝ่ากระแสน้ำไปตามถนน เพื่อส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมาย

ภาพที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือ ภาพกระแสน้ำไหลทะลักเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินในย่านแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เมื่อไม่กี่เดือนก่อน

ในขณะที่บันไดทางขึ้น-ลง ของสถานีรถไฟใต้ดินในย่านบรูคลิน กลายสภาพเป็นน้ำตกขนาดย่อม แม้กระทั่งพื้นที่บางส่วนของสวนสาธารณะเซนทรัล พาร์ค ในนครนิวยอร์ก มีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ประชาชนหลายคนไม่เคยเผชิญสถานการณ์แบบนี้และเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐาน

ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำ "พายุไอดา" กำลังแรงขึ้น

ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้พายุไอดามีกำลังแรงขึ้น ก่อนที่จะพัดขึ้นฝั่งรัฐลุยเซียนา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พายุเฮอร์ริเคนลูกนี้ทวีความรุนแรงจากระดับ 1 ขึ้นเป็นระดับ 4 ภายในเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง

พายุเคลื่อนตัวผ่านน้ำทะเลที่มีอุณภูมิสูงกว่าปกติประมาณ 30 องศาเซลเซียสบริเวณอ่าวเม็กซิโก ยิ่งอุณหภูมิน้ำทะเลแถบนี้สูงมากเท่าไร ยิ่งทำให้พายุมีกำลังแรงและมีอานุภาพทำลายล้างสูงขึ้น

สะท้อนให้เห็นได้จากลมกระโชกแรงและคลื่นพายุซัดฝั่ง หลังพายุพัดขึ้นฝั่งที่เมืองนิว ออร์ลีนส์ นอกจากนี้น้ำทะเลอุณหภูมิสูงผิดปกติอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันมากขึ้นด้วย

เนื่องจากตามปกติแล้ว พายุเฮอร์ริเคนจะดูดซับความชื้นจากไอน้ำในอากาศเอาไว้ขณะก่อตัวในทะเล เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลและอากาศในบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้พายุดูดซับไอน้ำมากขึ้นด้วย

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงมากขึ้น สะท้อนให้เห็นได้จากน้ำท่วมใหญ่ในจีนและพื้นที่ตอนกลางของยุโรปเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พายุไอดาถล่มสหรัฐฯ น้ำท่วมฉับพลัน คร่าชีวิตมากกว่า 40 คน

"นิวยอร์ก" ประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำท่วมฉับพลัน เสียชีวิตแล้ว 8 คน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน