ไทยติดโควิดเพิ่ม 13,798 คน เสียชีวิต 144 คน

ไทยติดโควิดเพิ่ม 13,798 คน เสียชีวิต 144 คน

ไทยติดโควิดเพิ่ม 13,798 คน เสียชีวิต 144 คน

รูปข่าว : ไทยติดโควิดเพิ่ม 13,798 คน เสียชีวิต 144 คน

ไทยติด COVID-19 เพิ่ม 13,798 คน หายป่วยเพิ่ม 14,133 คน เสียชีวิต 144 คน ขณะที่ สธ.ย้ำป้องกันตนเองสูงสุด ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเดือน ต.ค.

วันนี้ (15 ก.ย.2564) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 13,798 คน เป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 12,117 คน ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 1,208 คน ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 451 คน ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 22 คน ผู้ป่วยตั้งแต่ 1 เม.ย.2564 สะสม 1,391,477 คน หายป่วยเพิ่ม 14,133 คน หายป่วยสะสม 1,249,603 คน ผู้ป่วยกำลังรักษา 128,546 คน เสียชีวิต 144 คน

 

ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 (28 ก.พ. - 13 ก.ย. 2564) สะสม 40,953,025 โดส เป็นเข็มที่ 1 สะสม 27,540,743 คน เข็มที่ 2 สะสม 12,795,707 คน และเข็มที่ 3 สะสม 616,575 คน

ย้ำป้องกันตนเองสูงสุด ลดผู้ติดเชื้อเดือน ต.ค.

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการคาดการณ์สถานการณ์โควิด-19 ในเดือน ต.ค. และการฉีดวัคซีนในโรงเรียน ว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักและเสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการล็อคดาวน์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอยู่บ้างกระจายหลายพื้นที่ จากการไปในสถานที่เสี่ยง การทานอาหารร่วมกัน การติดเชื้อภายในครอบครัว

เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังตนเองให้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงหลังจากเปิดกิจกรรม/กิจการ มีการเดินทาง พบปะผู้อื่น และมีการสัมผัสร่วมมากขึ้น มีโอกาสเสี่ยงในการแพร่และรับเชื้อได้ อาจมีแนวโน้มส่งผลต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเดือน ต.ค. จึงขอให้อดทนและเข้มมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุดกับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา ควบคู่ไปกับการเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้เหลือน้อยที่สุด หากจำนวนผู้ติดเชื้อในเดือน ต.ค. ไม่เพิ่มขึ้นจะได้มีการผ่อนคลายมากขึ้น

ต.ค.นี้ ฉีดวัคซีน "ไฟเซอร์" เด็กอายุ 12 ปีขึ้น

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า การฉีดไฟเซอร์ในกลุ่มเด็ก/นักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ เริ่มเดือน ต.ค.นี้ โดยให้สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ปฏิบัติตามแนวทางของคณะกรรมการโรคติดต่อพื้นที่ ซึ่งจะมีการประเมินการเปิดสถานศึกษาจากบริบทและสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน รวมถึงครอบครัวและชุมชน

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงการฉีดวัคซีนที่จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น ข้อมูลทั่วโลกพบว่าเกิดในระดับต่ำ ขณะที่การเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อพบสูงกว่าถึง 6 เท่า ในภูมิภาคเอเชียพบเพียง 2-3 คนต่อแสนประชากร และในประเทศไทยหลังจากฉีดไปแล้วเกือบ 9 แสนคน มีรายงานเพียง 1 คน ในเด็กอายุ 13 ปีรักษาหายแล้ว ถือว่าวัคซีนมีความปลอดภัย

ส่วนเด็กที่ศึกษาในรูปแบบครอบครัวหรือโฮมสคูล (Home School) สามารถแจ้งความประสงค์กับหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อประสานสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่นัดหมายรับการฉีดต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เด็กวัยเรียน-วัยรุ่น" ติดโควิดมากขึ้น ส.ค.เดือนเดียว 69,628 คน

เช็กกลุ่มเสี่ยงใน กทม.ได้รับแจกฟรีชุดตรวจ ATK 2.3 ล้านชิ้น

ครม.เคาะงบกลาง 946.31 ล้าน ให้สภากาชาดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน