จับหนุ่มหลอกสาวผ่านแอปฯ หาคู่ ลวงข่มขืน-โอนเงินแสนผ่านมือถือ

จับหนุ่มหลอกสาวผ่านแอปฯ หาคู่ ลวงข่มขืน-โอนเงินแสนผ่านมือถือ

จับหนุ่มหลอกสาวผ่านแอปฯ หาคู่ ลวงข่มขืน-โอนเงินแสนผ่านมือถือ

รูปข่าว : จับหนุ่มหลอกสาวผ่านแอปฯ หาคู่ ลวงข่มขืน-โอนเงินแสนผ่านมือถือ

สน.ยานนาวา จับกุมหนุ่มขับรถหรู โปรไฟล์ดี หลอกลวงหญิงสาวผ่านทางแอปพลิเคชัน ก่อนทำการมอมเหล้า กระทำชำเรา ปลดทรัพย์ ใช้โทรศัพท์โอนเงินเข้าบัญชีตนเอง สูญเงิน 500,000 บาท

วันที่ 14 ก.ย.64 เวลาประมาณ 17.00 น. ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา และ กก.สส.บก.น.6 ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายพสธร จิระวัฒนโภคิน หรือนายธนกฤต เวโรจนนันท์ อายุ 30 ปี ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.457/2564 ลงวันที่ 14 ก.ย.64 ซึ่งกระทำความผิดฐาน "ใชับัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกเงินสด, ข่มขืนกระทำชำเรา, ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" ที่บริเวณริมฟุตบาททางเดินเท้า ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ของคดี กล่าวคือ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2564 ได้มี น.ส.เอ (สงวนชื่อและนามสกุล) ผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ว่า เมื่อประมาณวันที่ 6 ก.ย.2564 ผู้เสียหายได้รู้จักกับนายธนกฤต ผู้ต้องหา ผ่านแอปพลิเคชัน “CMB” (Coffee Meets Bagel) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันหาคู่เดทที่นิยมในปัจจุบัน โดยผู้ต้องหาอ้างว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีฐานะทางการเงินดี เนื่องจากมีโปรไฟล์ดูน่าเชื่อถือ รวมถึงการลงภาพกิจกรรมดื่มไวน์ รับประทานอาหาร และพักอาศัยโรงแรมหรูเป็นประจำ ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อ

จากนั้นวันที่ 10 ก.ย.2564 ได้มีการนัดเจอกันโดยผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ซุปเปอร์คาร์มารับผู้เสียหายเพื่อไปรับประทานอาหาร และได้นำไวน์ไปดื่มกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต่อมาผู้เสียหายมีอาการมึนเมา จดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากไปรับประทานอาหารไม่ได้ จนกระทั่งวันที่ 11 ก.ย.2564 ผู้เสียหายพบว่าตนเองตื่นมาอยู่ภายในห้องพักของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งพื้นที่ สน.ยานนาวา ด้วยกันกับผู้ต้องหา และพบว่าเสื้อผ้าชุดชั้นในของตนถูกถอดออก

หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้รีบเดินทางกลับมายังที่พักและตรวจสอบร่างกายตนเองโดยละเอียด พบว่าถูกกระทำชำเรา ตรวจพบเงินในบัญชีธนาคารถูกโอนออกไปเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท บัตรเครดิตถูกนำไปใช้ชำระค่าที่พักเป็นจำนวนเงินประมาณ 18,000 บาท และนาฬิกาข้อมือจำนวน 1 เรือนสูญหายไป จึงได้สอบถามไปยังผู้ต้องหาเกี่ยวกับเงินที่หายไป ผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยง และไม่รับว่าเป็นผู้โอนหรือผู้รับโอนเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกลักทรัพย์และกระทำชำเราจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

หลังจากได้รับรายงาน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.ฯ ปฏิบัติราชการ บช.น. ได้กำชับให้ ผบก.น.6 และฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา รวบรวมพยานหลักฐานโดยเร็ว เนื่องจากผู้ต้องหาอาจจะไปกระทำความผิดลักษณะนี้กับบุคคลอื่นอีก ต่อมาฝ่ายสืบสวนสามารถพิสูจน์ทราบการกระทำความผิดของผู้ต้องหา และได้ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว

จากการตรวจสอบผู้ต้องหามีพฤติกรรมชอบดื่มไวน์ราคาแพง กินอาหารและพักโรงแรมหรู และเช่ารถซุปเปอร์คาร์มาขับขี่อยู่เป็นประจำ เพื่อทำให้ตนเองดูมีฐานะ มีหน้าตาและน่าเชื่อถือทางสังคม และเคยก่อเหตุฉ้อโกงค่าอาหารตามห้องอาหารในโรงแรมในพื้นที่ สน.ลุมพินี, สน.ปทุมวัน และ สน.บางรัก หลายคดี อีกทั้งมีพฤติกรรมแอบอ้างว่ารู้จักข้าราชการระดับสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง

บช.น.ขอประชาสัมพันธ์ หากผู้ใดเคยถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อมายัง สน.ยานนาวา เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ และขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้แอปพลิเคชันหรือสื่อโซเชี่ยลต่าง ๆ โดยเฉพาะการนัดพบบุคคลซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อนผ่านทางแอปพลิเคชัน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง

 

กลับขึ้นด้านบน