ทำไมต้อง "ลูกชิ้นยืนกิน" เอกลักษณ์สตรีตฟูดบุรีรัมย์ที่ "ลิซ่า" ติดใจ

ทำไมต้อง "ลูกชิ้นยืนกิน" เอกลักษณ์สตรีตฟูดบุรีรัมย์ที่ "ลิซ่า" ติดใจ

ทำไมต้อง "ลูกชิ้นยืนกิน" เอกลักษณ์สตรีตฟูดบุรีรัมย์ที่ "ลิซ่า" ติดใจ

ทำไมต้องเป็น "ลูกชิ้นยืนกิน" ชวนรู้จักอัตลักษณ์สตรีตฟูดบุรีรัมย์ที่ "ลิซ่า" Blackpink ยังติดใจและคิดถึงจนอยากกลับมากินซ้ำ

รูปข่าว : ทำไมต้อง "ลูกชิ้นยืนกิน" เอกลักษณ์สตรีตฟูดบุรีรัมย์ที่ "ลิซ่า" ติดใจ

เมื่อก่อนร้านปิดเพราะขายไม่ได้ ตอนนี้ร้านปิดเพราะขายไม่ทัน ลูกชิ้นหมด ไม่มีทอด

เรียกได้ว่ามาได้ทันเวลาพอดีจริง ๆ สำหรับ ลลิษา มโนบาล หรือ "ลิซ่า" Blackpink ที่ให้สัมภาษณ์หลังปล่อยผลงานเพลงเดี่ยว "LALISA" ออกมา โดยบอกว่า "หากได้กลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ สิ่งหนึ่งที่อยากทำคือ กินลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์"

ทำให้งานเทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 17 - 23 ก.ย.นี้ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

"ลูกชิ้นยืนกิน" ชื่อนี้มีที่มา

ไม่รอช้า ไทยพีบีเอสออนไลน์ ติดต่อสายตรงเพื่อทำความรู้จักกับ "ลูกชิ้นยืนกิน" ให้มากขึ้นกับ "บดินทร์ เรืองสุขศรีวงศ์" ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เติบโตมาพร้อมกับบรรยากาศและรสชาติของลูกชิ้นยืนกินมานานกว่า 40 ปี


ลูกชิ้นทอด ลูกชิ้นสถานีรถไฟ คือ ชื่อที่เรียกกันจนเคยชินของชาวบุรีรัมย์ ก่อนจะถูกเรียกว่า "ลูกชิ้นยืนกิน" อย่างวันนี้

แต่เมื่อการท่องเที่ยวของบุรีรัมย์ เริ่มเป็นที่รู้จักสมาคมธุรกิจในบุรีรัมย์จึงจับมือกันหวังสร้างอัตลักษณ์ทางอาหาร ต่อยอดการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ให้เป็นที่นิยมมากขึ้น


ลูกชิ้นสูตรลับของแต่ละร้าน กับเอกลักษณ์สตรีตฟูดยืนกินหน้าร้านพร้อมจิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ด ก่อน "นับไม้จ่ายตังค์" ที่มีอยู่ในทุกอำเภอของบุรีรัมย์ จึงถูกเลือกเป็นอัตลักษณ์ทางอาหารของจังหวัด และเป็นจุดเริ่มต้นของ "เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก" ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2560 และจัดขึ้นต่อเนื่องทุกปี กระทั่งต้องงดไปชั่วคราวเมื่อปีก่อนเนื่องจาก COVID-19


จากน้ำจิ้มหม้อเดียวกัน เริ่มแยกถ้วยน้ำจิ้ม ก่อนจะขายห่อกลับบ้านอย่างเดียว ร้านลูกชิ้นยืนกินปรับตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 และความกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับโรคระบาดและความสะอาด

คืนเดียวขายลูกชิ้นยืนกินได้ 2 พันออร์เดอร์

รายได้เริ่มหร่อยหรอจากหลักหมื่น หลักพัน เหลือหลักร้อย จาก 12 ร้าน บนสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เริ่มมีบางร้านทยอยปิดตัวนับปีจนเหลือขายเพียง 7-8 ร้าน เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว แต่กระแส "ลิซ่า" ส่องทางสว่างในชั่วข้ามคืน ต่อชีวิตร้านลูกชิ้นยืนกินให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เมื่อก่อนร้านปิดเพราะขายไม่ได้ ตอนนี้ร้านปิดเพราะขายไม่ทัน ลูกชิ้นหมด ไม่มีทอด บางร้านแค่คืนเดียวมียอดสั่งซื้อ 2,000 ออร์เดอร์ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขายดีกว่าก่อน COVID-19 ด้วยซ้ำ

เทศกาลลูกชิ้นยืนกิน New Normal

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ ยังกล่าวขอบคุณลิซ่าแทนพ่อค้าแม่ค้าอย่างจริงจัง ที่ทำให้การค้าขายกลับมาคึกคัก สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตได้เป็นกอบเป็นกำ เมื่อร้านในสถานีรถไฟบุรีรัมย์เริ่มขายดี "เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก" ในปีนี้จึงอาจต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์

เป้าหมายหลักคือการจัดเทศกาลแบบ New Normal เน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายทางออนไลน์ หวังช่วยร้านลูกชิ้นยืนกินนอกเมืองให้ขายดีไปด้วยกันในทุกพื้นที่ ไม่ใช่เพียงร้านในเมืองเท่านั้น จึงมีการจัดโปรโมชันต่าง ๆ มากมาย เช่น โปรโมชันนาทีทอง ลูกชิ้น 10 ไม้ ราคา 1 บาท เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง 7 วัน

 
นายบดินทร์ ยืนยันว่า ภายในงานเทศกาลที่จะจัดบริเวณสถานีรถไฟบุรีรัมย์จะมีการเว้นระยะห่าง และตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นด้วยความร่วมมือของ สสจ.บุรีรัมย์ และจะไม่มีการยืนกินลูกชิ้นในงาน แต่เน้นการซื้อกลับบ้าน และเดลิเวอร์รีเป็นหลัก เพื่อความปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ COVID-19

ขณะเดียวกันยังงดกิจกรรมไฮต์ไลต์อย่างการแข่งกินจุที่ต้องมีทุกปี โดยหวังว่าในปีหน้าหากสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและความอร่อยจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

 



กลับขึ้นด้านบน