ส่องผลได้ - เสีย "เปิดประเทศ"

ส่องผลได้ - เสีย "เปิดประเทศ"

ส่องผลได้ - เสีย "เปิดประเทศ"

รูปข่าว : ส่องผลได้ - เสีย "เปิดประเทศ"

แผนการเปิดประเทศยังเป็นเพียงข้อเสนอของ ก.ท่องเที่ยวฯ ซึ่งต้องรอการตัดสินใจของ ศบค.และ ครม.อีกครั้ง แต่เกิดความเห็นต่างในมุมมองเศรษฐกิจว่าเปิดเร็วจะคุ้มค่าความเสี่ยงหรือไม่ ถ้าเปิดแบบมีแผนชัดเจน ควรเปิด ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าถ้ายังไม่พร้อม อาจเกิดความเสียหาย

วันนี้ (16 ก.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดความเห็นต่างในสังคม ส่วนหนึ่งก็ทนไม่ไหวยังไงก็ต้องเปิด ส่วนหนึ่งกังวลว่าเปิดเมืองรับต่างชาติแล้ว ปัญหาใหม่จะเกิดหรือไม่ เพราะมีข้อถกเถียงว่าพื้นที่ที่เปิดยังจัดอยู่ในความเสี่ยงสีแดงเข้มและวัคซีนที่ประชาชนได้รับยังไม่ครบ

ถ้าพูดถึงแหล่งเสื้อผ้าขายส่งอย่างย่านประตูน้ำ จำนวนคนขายดูจะมากกว่าคนซื้อเสียแล้วในวันนี้ ตั้งแต่มีการระบาด บรรยากาศซบเซา คนไทยซื้อน้อย ต่างชาติหายเกลี้ยง ถ้ากรุงเทพฯ ได้เปิดนำร่อง ผู้ค้าก็บอกว่ารู้สึกดีใจ

อย่างไรก็ตาม สภาพอาจไม่ต่างกับแหล่งท่องเที่ยวย่านดังในกรุงเทพฯ อย่างถนนข้าวสาร ถูกทิ้งร้างมานานเกือบ 2 ปี ร้านค้าขนาดเล็กที่เคยมีมากกว่า 500 แห่ง แทบไม่เหลือ การจะกลับมาเปิดประเทศวันที่ 1 ต.ค.นี้ เหมือนจะเป็นความหวัง แต่ผู้ค้ายังกังวล

แม้เป็นผู้ค้าเหมือนกันยังต่างความคิด ขณะที่ประเทศไทยเองได้เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านไปในระยะแรกแล้ว จากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และสมุยพลัสโมเดล มากกว่า 2 เดือน

แต่ที่กำลังพูดถึงกันมาก คือระยะที่ 2 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ใน 4 พื้นที่ เปิดแบบมีเงื่อนไขใช้โมเดลเดียวกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ คือนักท่องเที่ยวจะต้องฉีดวัคซีนครบโดส ต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR จำนวน 3 ครั้งในช่วง 14 วัน ไปเที่ยวได้ในพื้นที่กำหนดโดยไม่ต้องกักตัว

แต่เงื่อนไขหลักคือประชากรในพื้นที่ต้องได้รับวัคซีนครบโดส 70 เปอร์เซ็นต์ กรุงเทพมหานคร ขยับเปิดเป็นวันที่ 15 ต.ค. เพราะต้องรอให้ประชาชนฉีดวัคซีนครบก่อน ซึ่งการเปิดระยะ 2 ก.ท่องเที่ยวและกีฬา ผลักดันอย่างเต็มที่

ส่วนทางด้านตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวหนุนเต็มที่ อย่างกรณีโรงแรมในถนนข้าวสาร แม้พร้อมจะกลับมาเปิดจริงเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะหลายรายปิดกิจการไปแล้ว แต่ตัวแทนผู้ประกอบการต้องการลดความเสียหายลง และเป็นสัญญาณที่ดีแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรับรู้

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ระบุว่ายังไม่ได้หารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวฯ แต่การเปิดประเทศได้หรือไม่ ให้แพทย์ประเมินความเสี่ยง ประเมินองค์ประกอบอีกหลายด้าน และ ศบค.เห็นชอบ

ส่วนในมุมของผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุข ระบุว่า การเปิดประเทศเร็วไปจะได้ไม่คุ้มเสีย เช่นเดียวกับนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่ยังเห็นว่ารัฐบาลยังมีเครื่องมือช่วยประคองทางเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มเงินเยียวยา หรือโครงการท่องเที่ยวในประเทศ ให้ทำโครงการเหล่านี้พยุงไปก่อน ไม่ควรเร่งเปิดประเทศเร็วเกินไป เพราะนักท่องเที่ยวมีน้อยแล้ว ยังอาจเกิดต้นทุนสูงขึ้น จากการที่ต้องปิดๆ เปิดๆ กิจการ

ด้านนายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่าแม้รัฐบาลเปิดประเทศ แต่ไม่สามารถคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยว หรือรายได้การท่องเที่ยว จะเข้ามาชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจในปีนี้ได้ เพราะไทยถูกประกาศเป็นประเทศสีแดง เป็นประเทศที่มีคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าประเทศ อีกทั้งหลายประเทศยังคงมาตรการห้ามประชากรเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ล้วนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้ ถ้านโยบายชัดให้นักท่องเที่ยวสนใจจะเดินหน้าก็เดินหน้าได้ แต่ต้องไม่เปิดๆ ปิดๆ และมีแผนสำรองว่าจะถ้าระบาดอีกจะทำอย่างไร ซึ่งในปัจจุบัน ทั้งประเทศฉีดวัคซีนครบ 27 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ส่วนพื้นที่ที่จะเปิดอีก 1 เดือนข้างหน้าอย่างกรุงเทพฯ ยังห่างไกล 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ยังมองไม่เห็นว่าจะเดินหน้าได้จริงหรือไม่

กลับขึ้นด้านบน