แอมเนสตี้ เรียกร้องไทยเร่งบังคับใช้กฎหมายป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

แอมเนสตี้ เรียกร้องไทยเร่งบังคับใช้กฎหมายป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

แอมเนสตี้ เรียกร้องไทยเร่งบังคับใช้กฎหมายป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

รูปข่าว : แอมเนสตี้ เรียกร้องไทยเร่งบังคับใช้กฎหมายป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

แอมเนสตี้ แถลงหลังสภาผู้แทนฯ รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ย้ำกฎหมายต้องให้ความยุติธรรมต่อผู้เสียหาย พร้อมเรียกร้องเร่งประกาศบังคับใช้

จากกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนเสียงเห็นชอบในหลักการต่อร่างกฎหมาย ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ... วาระแรก โดยมุ่งกำหนดความผิดอาญาจากการกระทำทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

วันนี้ (17 ก.ย.2564) เอ็มเมอร์ลีน จิล รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายวิจัย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เห็นถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นต่อกฎหมายฉบับแรกที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดอาญาดังกล่าวที่เดินหน้ามาถึงจุดนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องคุ้มครองบุคคลให้รอดพ้นและปลอดภัยจากการละเมิดที่ร้ายแรง รวมทั้งคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายและครอบครัว ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมมาเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ ต้องเร่งดำเนินการขั้นต่อไปและประกันว่าร่างกฎหมายฉบับปัจจุบัน ต้องสอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของไทยอย่างเต็มที่ และประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างรวดเร็ว

“ความล่าช้าของรัฐบาลในการกำหนดให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดอาญา ส่งผลให้ผู้เสียหายไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม และเป็นเหตุให้ผู้เสียหายคนอื่นไม่กล้าออกมาร้องเรียน ทั้งยังส่งสัญญาณต่อเจ้าพนักงานว่า พวกเขาไม่อาจกระทำการละเมิดเช่นนี้ได้อีกโดยไม่ต้องรับโทษ”

เอ็มเมอร์ลีน กล่าวว่า ผู้เสียหายจากการทรมานและญาติของผู้ถูกบังคับให้สูญหาย ทั้งกรณีของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความ และนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรม ที่ถูกอุ้มหาย ยังคงยืนหยัดในการรณรงคให้มีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้พวกเขาได้รับความยุติธรรม เข้าถึงความจริง และการเยียวยาสำหรับครอบครัว ร่างกฎหมายนี้ภายหลังการแก้ไขเพิ่มเติม อาจเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยพวกเขาในเรื่องนี้ได้

สำหรับการลงคะแนนเสียงเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ รายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการทรมานโดยตำรวจ เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นที่รัฐบาลไทยต้องหาทางแก้ไขปัญหาการทรมานและการใช้อำนาจอย่างมิชอบของเจ้าพนักงานบางคนอย่างมีประสิทธิภาพ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องทางการไทยให้ประกาศใช้กฎหมาย โดยให้ใช้นิยามของการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายที่สอดคล้องตามเนื้อหาของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ กำหนดความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อเจ้าพนักงานในทุกระดับของสายการบังคับบัญชา และให้เคารพหลักการไม่ส่งกลับ (ไปยังสถานที่ที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง) ตามกฎหมาย

 

กลับขึ้นด้านบน