เปิดประวัติ พล.อ.สุพจน์ จากนักรบ นักพัฒนา สู่ เลขาฯ สมช.

เปิดประวัติ พล.อ.สุพจน์ จากนักรบ นักพัฒนา สู่ เลขาฯ สมช.

เปิดประวัติ พล.อ.สุพจน์ จากนักรบ นักพัฒนา สู่ เลขาฯ สมช.

รูปข่าว : เปิดประวัติ พล.อ.สุพจน์ จากนักรบ นักพัฒนา สู่ เลขาฯ สมช.

1 ตุลาคมนี้ ถึงวาระปรับเปลี่ยนหัวหน้าส่วนราชการแทนผู้เกษียณอายุ รวมทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. โดย พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตนักรบสมรภูมิร่มเกล้า ถูกโอนย้ายจากกองทัพมานั่งเป็นเลขาฯ สมช.คนใหม่ รับมือภารกิจความมั่นคง และแก้ปัญหาCOVID

การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ 27 ก.ย.นี้ คาดการณ์ว่าจะเป็นการหารือปรับมาตรการรองรับการเปิดประเทศ และการปฎิบัติภายหลังยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมสถานการณ์ COVID-19 มาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และขยายเวลาการประกาศมาแล้ว 13 ครั้ง ซึ่งถือเป็นภารกิจส่งท้ายก่อนเกษียณอายุราชการของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ ผอ.ศปก.ศบค.

การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ยังทำให้ ศบค. ซึ่งตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องสิ้นสภาพไปใช้กฎหมายปกติแทน รวมทั้งตำแหน่ง ผอ.ศปก.ศบค.ที่มีเลขาธิการ สมช.ดำรงตำแหน่งตามโครงสร้าง

 

โดยจะส่งผลต่อเนื่องถึงพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สมช.คนใหม่ที่จะเข้ามารับหน้าที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งหาก ศบค.สิ้นสภาพ จะทำให้ พล.อ.สุพจน์ ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมความมั่นคงทุกมิติ ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สมช.ไม่ได้เน้นเฉพาะการควบคุมสถานการณ์ COVID-19 เท่านั้น แต่ก็ล้วนเป็นบทบาทท้าทาย

พล.อ.สุพจน์ นับเป็นนายทหารคนที่ 5 ในรอบ 7 ปี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกมาเป็นมือทำงานด้านความมั่นคง โอนย้ายจากกองทัพมานั่งตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตั้งแต่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา มาถึง พล.อ.ณัฐพล

 

สำหรับ พล.อ.สุพจน์ ได้ชื่อว่าเป็นทหารม้าที่ผ่านการทำงานทั้งด้านยุทธการ และเสนาธิการอย่างโชกโชน หลังจบเตรียมทหารรุ่น 22 และ นายร้อย จปร.รุ่น 33 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ผ่านการศึกษาหลักสูตรทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มข้น รวมทั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐฯ 

พล.อ.สุพจน์ เริ่มต้นชีวิตนายทหารในเส้นทางของทหารม้า สังกัดกองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ ปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ เคยผ่านสมรภูมิบ้านร่มเกล้า จ.พิษณุโลก ระหว่างปี 2530-2531 และถูกสะเก็ดปืนใหญ่ทะลุปอดได้รับบาดเจ็บระหว่างการสู้รบ ภายหลังได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ 

 

แต่เส้นทางการรับราชการหักเหจากกองทัพบก ไปเติบโตที่กองบัญชาการกองทัพไทย ผลิกผันไปเป็นทหารนักพัฒนา สังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ก่อนจะถูกดึงตัวไปช่วยงานศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หรือ ศตก.รับตำแหน่งเสนาธิการ และรองผู้บัญชาการ ศตก.

และได้มีส่วนร่วมแก้ปัญหา COVID-19 ขณะดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร และเสนาธิการทหาร ภายใต้โครงสร้างของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หรือ ศปม.

 

พล.อ.สุพจน์ ยังเป็นที่ยอมรับของคนในกองทัพได้รางรางวัลเกียรติยศจักรดาวสาขาการทหารปี 2562 จากประวัติและผลงานในอดีต น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเคาะเลือก พล.อ.สุพจน์ มาเป็นมือทำงานดูแลสถานการณ์ในมิติความมั่นคงหลังเปิดประเทศ โดย พล.อ.สุพจน์ เหลืออายุราชการอีก 2 ปี ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงครึ่งหลังของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

กลับขึ้นด้านบน