ปภ.รายงาน 10 จังหวัดยังอ่วม กระทบ 1.3 หมื่นครัวเรือน จนท.ระดมช่วยชาวบ้าน

ปภ.รายงาน 10 จังหวัดยังอ่วม กระทบ 1.3 หมื่นครัวเรือน จนท.ระดมช่วยชาวบ้าน

ปภ.รายงาน 10 จังหวัดยังอ่วม กระทบ 1.3 หมื่นครัวเรือน จนท.ระดมช่วยชาวบ้าน

รูปข่าว : ปภ.รายงาน 10 จังหวัดยังอ่วม กระทบ 1.3 หมื่นครัวเรือน จนท.ระดมช่วยชาวบ้าน

น้ำท่วม เขตเทศบาลตำบลซับสมอทอด จ.เพชรบูรณ์ เช้านี้ หลายพื้นที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ขณะที่ ปภ.รายงานน้ำท่วม 14 จังหวัด กระทบ 13,930 ครัวเรือน อีก 10 จังหวัด ยังไม่คลี่คลาย

วันนี้ (26 ก.ย.2564) งานประชาสัมพันธ์ เทศบาลตำบลซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ รายงานว่า หลังฝนตกหนักในเขตเทศบาลตำบลซับสมอทอด จ.เพชรบูรณ์ จากอิทธิพล พายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่”  เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ทั้ง 10 ชุมชนในเขตเทศบาล  

ล่าสุดวันนี้ เวลา 06.36 น. ในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่บางชุมชนยังคงมีน้ำท่วมขังรอการระบาย

 

ขณะที่ นายทวีศักดิ์ อินทรานุกูล นายกเทศมนตรีตำบลซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลซับสมอทอด เร่งสูบน้ำที่ยังคงท่วมขังอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์จากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากอีกครั้ง พร้อมทั้งสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย โดยเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ปภ.รายงานน้ำท่วม 14 จว. กระทบ 1.3 หมื่นครัวเรือน 

ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.2564

ปัจจุบันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,930 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก) ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ดังนี้

  • สุโขทัย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีสำโรง, สวรรคโลก, เมืองสุโขทัย, ศรีนคร, คีรีมาศ, ทุ่งเสลี่ยม, กงไกรลาศ, บ้านด่านลานหอย และ อ.ศรีสัชนาลัย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีสำโรง, คีรีมาศ และ อ.เมืองสุโขทัย โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • พิจิตร ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.บึงนาราง, โพธิ์ประทับช้าง, โพทะเล, สามง่าม และ อ.ดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว
  • ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองบัวระเหว, จัตุรัส, เมืองชัยภูมิ, เนินสง่า และ อ.บ้านเขว้า ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักน้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านขุนทด, สูงเนิน, โนนสูง, เมืองนครราชสีมา และ อ.พิมาย รวม 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
  • ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ไชย และ อ.มัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว
  • อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ ปัจจุบัน อ.เมืองอุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว
  • นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดยาว , หนองบัว, ชุมแสง, เมืองนครสวรรค์, ชุมตาบง, แม่วงก์, แม่เปิน, ตาคลี, พยุหะคีรี และ อ.ไพศาลี รวม 21 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว
  • ชัยนาท ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม และอำเภอหันคา รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
  • สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว
  • พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา และอำเภอบางบาล รวม 25 ตำบล 134 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำระดับน้ำเพิ่มขึ้น

ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ

 

 

กลับขึ้นด้านบน