รพ.บำเหน็จณรงค์ ปิดบริการ - เร่งย้ายผู้ป่วยไป รพ.แม่ข่าย

รพ.บำเหน็จณรงค์ ปิดบริการ - เร่งย้ายผู้ป่วยไป รพ.แม่ข่าย

รพ.บำเหน็จณรงค์ ปิดบริการ - เร่งย้ายผู้ป่วยไป รพ.แม่ข่าย

รูปข่าว : รพ.บำเหน็จณรงค์ ปิดบริการ - เร่งย้ายผู้ป่วยไป รพ.แม่ข่าย

รพ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ถูกน้ำท่วมสูง เจ้าหน้าที่เร่งลำเลียงผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลแม่ข่าย พบคลังเวชภัณฑ์ คลังวัสดุการแพทย์ เครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง ได้รับความเสียหาย ขณะที่รถพยาบาล 7 คัน และรถยนต์ราชการ 4 คัน เสียหายทั้งหมด

วันนี้ (24 ก.ย.2564) โรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ต้องปิดบริการ หลังจากถูกน้ำท่วมที่อาคารบริการชั้น 1 และบริเวณโดยรอบ

 

เมื่อเวลา 12.00 น. กระแสน้ำหน้าโรงพยาบาลลดความเชี่ยวกราดลง เจ้าหน้าที่จึงเริ่มลำเลียงผู้ป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ออกไปรักษาโรงพยาบาลใกล้เคียง

 

โดยใช้เรือพายเข้าไปรับผู้ป่วยที่ชั้น 2 ทยอยเคลื่อนย้ายอออกมาทีละชุด จากนั้นใช้รถยกสูงของทหาร นำผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อดูแลรักษาต่อไป

 

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ผู้ป่วยอาการหนักได้ย้ายออกไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้เป็นผู้ป่วยอาการไม่หนัก ซึ่งชุดสุดท้ายคือ ผู้ป่วยโควิดจำนวน 7 คน ซึ่งต้องเคลื่อนย้ายอย่างรัดกุม

 

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานสถานบริการที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก จำนวน 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลสุโขทัย น้ำท่วมทางเข้า และบริเวณโดยรอบ ยังสามารถเปิดให้บริการได้ปกติ และโรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ น้ำท่วมอาคารบริการชั้น 1 สูงประมาณ 80 เซนติเมตร และบริเวณโดยรอบ ทำให้ต้องปิดบริการ

โดยได้รับรายงานจาก นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 9 ว่า ผู้ป่วยในโรงพยาบาลมีทั้งหมด 40 คน ส่งกลับบ้าน 14 คน เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอีก 26 คน ไปยังโรงพยาบาลจัตุรัส ที่เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายดูแลรักษา และส่งต่อไปโรงพยาบาลเนินสง่า โรงพยาบาลบ้านเขว้า โรงพยาบาลชัยภูมิ

 

โดยผู้ป่วย 16 คน อาการไม่รุนแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ดี มีผู้ป่วยที่ต้องให้ออกซิเจน 3 คน และผู้ป่วยโควิด 19 จำนวน 7 คน

 

สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้น มีห้องเอกซเรย์ ห้องแลป ห้องคลอด ไม่สามารถใช้การได้ สามารถย้ายเครื่องมือบางส่วนไปชั้น 2 ได้ คลังเวชภัณฑ์ คลังวัสดุการแพทย์ เครื่องซักผ้า อบแห้ง เครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง 2 เครื่อง ได้รับความเสียหาย รถพยาบาล 7 คัน และรถยนต์ราชการ 4 คันเสียหายทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ต่อไปที่จะต้องเฝ้าระวังและจะได้รับผลกระทบคือ อ.จตุรัส ซึ่งขณะนี้มีน้ำเข้าท่วมแล้วบางส่วน ขอให้ประชาชนเตรียมตัวยกของขึ้นสูงด้วย 

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ไปสุโขทัย ดูสถานการณ์น้ำท่วม แจกถุงยังชีพ

น้ำท่วมเพชรบูรณ์ บขส.หยุดเดินรถชั่วคราว-ช่วยหญิงใกล้คลอด

 ปภ.รายงาน 10 จังหวัดยังอ่วม กระทบ 1.3 หมื่นครัวเรือน จนท.ระดมช่วยชาวบ้าน

 

กลับขึ้นด้านบน