ฟิตเนสถอดใจขายกิจการทิ้ง แม้รัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย

ฟิตเนสถอดใจขายกิจการทิ้ง แม้รัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย

ฟิตเนสถอดใจขายกิจการทิ้ง แม้รัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย

รูปข่าว : ฟิตเนสถอดใจขายกิจการทิ้ง แม้รัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย

ผู้ประกอบการสถานฟิตเนส ยอมรับว่าถอดใจเตรียมขายกิจการทิ้ง แม้รัฐจะผ่อนคลาย แต่ไม่ขอไปต่อ ขณะที่ เทรนเนอร์ คาดหวังว่าการผ่อนคลายครั้งนี้ จะทำให้กลับมามีรายได้ และหวังว่ารัฐจะไม่ต้องกลับมาปิดกิจการอีกรอบ

เทรนเนอร์ ในสถานฟิตเนส ซอยวิภาวดีรังสิต 18 ตรวจดูอุปกรณ์กีฬาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ เพื่อเตรียมพร้อมจะกลับมาให้บริการอีกครั้ง หลังหยุดมานานเกือบ 2 ปี

เทรนเนอร์ระบุว่า เทรนเนอร์ เป็นอาชีพฟรีแลนซ์ มีรายได้หลักจากค่าจ้างรับสอน แม้ช่วงที่ฟิตเนสปิดชั่วคราว หันไปสอนออนไลน์ แต่ได้รับการตอบรับไม่มาก และด้วยภาวะเศรษฐกิจ ลูกค้าจำกัดรายได้ หลายคนยกเลิกคอร์สที่เคยซื้อไว้ ทำให้ตนต้องหันมาพึ่งอาชีพเสริมจากการขับไรเดอร์ เพื่อให้มีรายได้พอใช้จ่ายรายวัน

เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายให้กลับมาเปิดได้ ก็ไม่อยากให้กลับมาปิดอีกรอบ เพราะสถานฟิตเนส เป็นแหล่งรายได้หลักของเขา

แม้รัฐบาลจะเริ่มผ่อนคลายให้กลับมาประกอบกิจการได้ แต่เจ้าของกิจการฟิตเนส ซอยวิภาวดีรังสิต 18 เลือกจะไม่ไปต่อ ตัดสินใจขายกิจการ ที่ทำมานาน 6 ปี เพราะขาดรายได้มานาน

และการกลับมาเปิดกิจการ ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท ทั้งฟื้นฟูกิจการ จ้างแรงงาน วางมาตรการสาธารณสุขตามเงื่อนไข ศบค. กว่าจะมีรายได้กลับเข้ามา ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือน และเขายังไม่มั่นใจสถานการณ์โรคโควิด-19

ที่ผ่านมา กิจการฟิตเนส เป็นหนึ่งธุรกิจที่รัฐประเมินว่าเสี่ยงสูง จึงไม่ได้รับการผ่อนคลาย ทำให้สถานฟิตเนสปิดกิจการถาวรไปจำนวนหนึ่ง ผู้ประกอบการ เสนอว่า อยากให้รัฐประเมินความเสี่ยงและประกาศปิดเป็นรายๆ ที่มีการระบาด เพื่อให้ธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง

หอการค้าไทย ประเมินว่าเมื่อผ่อนคลายธุรกิจมากขึ้น การจับจ่ายเดือนตุลาคมนี้จะดีขึ้น 1 ถึง 2 หมื่นล้านบาท

กลับขึ้นด้านบน