เปิดบัญชี "ซ้อปลา" เงินหมุนเวียน 283 ล้านบาท

เปิดบัญชี "ซ้อปลา" เงินหมุนเวียน 283 ล้านบาท

เปิดบัญชี "ซ้อปลา" เงินหมุนเวียน 283 ล้านบาท

รูปข่าว : เปิดบัญชี "ซ้อปลา" เงินหมุนเวียน 283 ล้านบาท

"ซ้อปลามาดามลูกเหนียง" อาจเป็นที่รู้จักวงกว้างจากเหตุการณ์ที่เธออ้างว่าตำรวจขู่เรียกเงิน 5 ล้านบาท แต่ขณะนี้มีข้อมูลถึงความผิดปกติการทำธุรกิจแชร์บ้านซ้อปลา หลังผู้เสียหายฟ้องคดีฉ้อโกง และตำรวจตรวจสอบพบบางบัญชีมีเงินหมุนเวียน 283 ล้านบาท

ผู้เสียหายจากกลุ่มแชร์ที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มออมเงินบ้านซ้อปลา บุกเข้าทำร้ายคนในบ้านพักของกมลวรรณ ปิ่นทองพันธุ์ เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจซ้อปลามาดามลูกเหนียง ภายหลังติดตามทวงเงินค่าแชร์ที่กมลวรรณ อ้างว่าไม่สามารถจ่ายคืนได้ เพราะถูกตำรวจยักยอกเงิน 5,000,000 บาท

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวานนี้ (28 ก.ย.2564) ในพื้นที่ ต.ป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกกระทบจากคดีที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทรัพย์สินของกมลวรรณ จากนั้นได้มีคำกล่าวอ้างว่าถูกตำรวจยักยอกเงิน 5,000,000 บาท

ย้อนไปวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก อ้างเหตุผลพบเบาะแสตั้งวงแชร์ลูกโซ่ และอาจพัวพันการฟอกเงินจากขบวนการค้ายาเสพติด แต่ทรัพย์สินที่พบมีเพียงสินค้าที่กมลวรรณ จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เงินสด 10,000,000 บาท และทองรูปพรรณ 60 บาท

ภาพวงจรปิดเผยช่วงเวลาที่ตำรวจขนย้ายทรัพย์สินบางรายการไปตรวจสอบ ปรากฎภาพกมลวรรณอยู่ร่วมในเหตุการณ์ จุดสำคัญของคดีเกิดขึ้นจากเงินสด 10,000,000 บาท ที่ถูกย้ายไปตรวจสอบเช่นกัน โดยตำรวจนำตัวกมลวรรณ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่เซฟเฮ้าส์ในตัวเมืองสงขลา เธอยืนยันว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่พบมาจากธุรกิจค้าขายออนไลน์ ก่อนจะเปิดเผยในภายหลังว่าตำรวจเรียกเงิน 5,000,000 บาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี และเงินก้อนนี้ถูกใช้เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถจ่ายเงินให้กลุ่มออมเงินบ้านซ้อปลา


ตำรวจชุดปฏิบัติการ เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ว่า ภายหลังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิดกับทรัพย์สินที่ยึดไปตรวจสอบ จึงคืนทรัพย์สินทั้งหมด มีภาพถ่ายและลายเซ็นของกมลวรรณ และสามี กำกับในเอกสาร ตำรวจอ้างว่า ได้แนะให้นำทรัพย์สินไปฝากธนาคารเพื่อความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ขับรถกระบะนำไปที่ธนาคาร เหตุการณ์นี้ปรากฎในภาพวงจรปิดบริเวณธนาคารกรุงไทย สาขาไทรบุรี รถกระบะตำรวจที่ขับนำได้จอดด้านหน้าธนาคาร ส่วนรถกมลวรรณและสามีที่ขับตามมา เลี้ยวเข้าลานจอดรถของธนาคาร

ภาพจากกล้องธนาคารบันทึกภาพรถของกมลวรรณจอดนิ่ง ไม่มีใครเดินออกจากรถ ก่อนจะขับออกไปใน 10 นาทีให้หลัง ไม่ปรากฎภาพกมลวรรณ หรือสามี เข้าทำธุรกรรมในธนาคาร

ล่าสุดตำรวจเปิดเผยกับไทยพีบีเอสถึงบัญชีธนาคารกรุงไทย 1 ใน 6 บัญชีของกมลวรรณที่ถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน ภายหลังพบการโอนเงินเข้าออกมากผิดปกติ เพียงบัญชีเดียวพบเงินหมุนเวียนกว่า 283,000,000 บาท หลายเดือนพบเงินโอนเข้าบัญชีมากกว่า 20,000,000 บาท เฉพาะเดือน ก.ย.2564 พบเงินโอนเข้าบัญชีมากที่สุด 47,000,000 บาท ความถี่เงินโอนต่อเดือนตั้งแต่ 1,000-4,000 ครั้ง เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชี เจ้าของบัญชีจะโอนเงินออกทันที

ตำรวจพบว่า นอกจากธุรกิจขายเครื่องสำอางและกระเป๋าแบรนด์เนมผ่านช่องทางออนไลน์ ยังตั้งวงแชร์กว่า 300 วง และชักชวนให้ออมเงินในอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งผู้เสียหายจากการลงทุนตั้งข้อสงสัยว่า กมลวรรณจัดฉากบ่ายเบี่ยงที่จะจ่ายเงินคืนวงแชร์ และปิดบัญชีไปแล้ว จึงรวมตัวกันไปแจ้งความกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ดำเนินคดีฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน

ขณะที่นายชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความจากกลุ่มทนายใจดี เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 20,000,000 บาท และอาจสูงถึง 50,000,000 บาท

ด้าน พ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ที่ถูกกมลวรรณกล่าวหาว่ายักยอกเงิน 5,000,000 บาท จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาท เช่นเดียวกับกมลวรรณ ที่เผยแพร่ข้อความยืนยันจะสู้คดีจนถึงที่สุด

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกแชร์นับร้อยคนบุกบ้าน "ซ้อปลา" ทวงเงินลงทุน หลังปิดบัญชีหนี 

 

กลับขึ้นด้านบน