ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเกณฑ์ฉีดเข็ม 3-จองโมเดอร์นา 29 ต.ค.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเกณฑ์ฉีดเข็ม 3-จองโมเดอร์นา 29 ต.ค.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเกณฑ์ฉีดเข็ม 3-จองโมเดอร์นา 29 ต.ค.

รูปข่าว : ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเกณฑ์ฉีดเข็ม 3-จองโมเดอร์นา 29 ต.ค.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศเกณฑ์การรับวัคซีนเข็ม 3 หรือ Booster Dose ไม่แนะนำการกระตุ้นด้วยแอสตราเซเนกาในหญิงอายุต่ำกว่า 40 ปี หรือผู้ที่ใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด พร้อมเปิดจองซิโนฟาร์ม โมเดอร์นา ในรูปแบบองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาล วันที่ 29 ต.ค.นี้

วันที่ 6 ต.ค.2564 ศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศแนวทางการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

วัคซีนหลัก

เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster Dose) สำหรับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนหลัก (ซิโนแวค และแอสตราเซเนกา) เข็ม 1 และเข็ม 2 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ช่วงเวลาในการเข้ารับวัคซีนหลักเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ได้แก่

ผู้ที่รับวัคซีนซิโนแวค ครบ 2 เข็มในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดระบบให้ลงนัดหมายเข้ามารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามลำดับช่วงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ดังนี้

  • กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 20-29 ต.ค.64
  • อายุ 59-69 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย.64
  • อายุต่ำกว่า 59 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 15 พ.ย.- 24 ธ.ค.64
  • กลุ่มโรคเรื้อรังทุกช่วงอายุ นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป

ผู้ที่รับวัคซีนแอสตราเซเนกา ครบ 2 เข็ม ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดระบบให้ลงนัดหมายเข้ามารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามลำดับช่วงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ดังนี้

  • กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ.65
  • อายุ 59-69 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 15-28 ก.พ.65
  • อายุต่ำกว่า 59 ปี นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันที่ 1-10 มี.ค.65
  • กลุ่มโรคเรื้อรังทุกช่วงอายุ นัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2565 เป็นต้นไป

ขั้นตอนและแนวทางการเข้ารับวัคซีนหลักเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

1) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้รับการฉีดเข็มที่ 2 มานานกว่าก่อนเป็นอันดับแรก โดยจะทยอยส่ง SMS ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่เคยลงทะเบียนไว้ในระบบราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการเข้ารับวัคซีนเข็มแรก เพื่อให้เข้าสู่ระบบผ่านเว็บไซต์ https://vaccinecovid19.cra.ac.th และเลือกวันนัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามช่วงเวลาที่กำหนด (กรณีไม่ได้รับ SMS สามารถเข้าไปเลือกวันนัดหมายผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว โดยระบบจะเปิดสิทธิ์ของท่านให้เลือกวันตามช่วงเวลาที่กำหนดในแต่ละกลุ่ม)

2) วัคซีนหลักเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จะใช้วัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับการจัดสรรโควตามาจากกระทรวงสาธารณสุข หรือหากมีประวัติแพ้วัคซีน สามารถแจ้งขอรับวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ (จากข้อมูลทางวิชาการที่มีรายงานว่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนเชื้อตายก็สามารถเพิ่มระดับการป้องกันได้ แม้ระดับภูมิคุ้มกันอาจจะไม่สูงเท่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนประเภทอื่น)

3) หากเคยติดเชื้อหลังได้รับการฉีดเข็มที่ 2 ให้เริ่มนับการมารับเข็มกระตุ้นภูมิเป็นระยะเวลา 60 วันหลังการติดเชื้อ

4) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้ความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในเวลาที่เหมาะสม และยังอยู่ระหว่างการให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ครบ 2 เข็มกับกลุ่มประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางตกสำรวจและไม่มีทะเบียนอยู่ในประเทศ เพื่อลดโอกาสการกลายพันธุ์และการระบาดมาสู่ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว หากวิตกและประสงค์จะได้รับการกระตุ้นภูมิก่อนเวลาที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนด สามารถไปลงทะเบียนเข้ารับการฉีดกับศูนย์บริการอื่นๆ ได้

วัคซีนทางเลือก

เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster Dose) สำหรับองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม กับทางราชวิทยาลัยฯ สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม หรือผู้ที่มีความประสงค์ใช้วัคซีนทางเลือก (โดยชำระเงินและบริจาคเพื่อกลุ่มเปราะบางตามนโยบายเดิมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์) เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดให้จองวัคซีนซิโนฟาร์ม และโมเดอร์นา ในรูปแบบองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาลเท่านั้น (ไม่มีการเปิดรอบบุคคลทั่วไป) โดยมีกำหนดการและแนวทางดังนี้

กำหนดการเปิดจองวัคซีนทางเลือกเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับองค์กรนิติบุคคล/โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2564 จนถึง 30 ธ.ค.2564

  • วัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซิโนฟาร์ม ลงทะเบียนจองพร้อมชำระเงินเต็มจำนวน ภายใน 5 วันทำการเมื่อได้รับการแจ้งจัดสรรวัคซีน กำหนดเริ่มฉีดเข็มกระตุ้นภูมิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564 เป็นต้นไป จนถึงสิ้นปี 2565 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบจัดสรรวัคซีนที่รับฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ
  • วัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โมเดอร์นา (50 ไมโครกรัม) ลงทะเบียนจองพร้อมชำระเงินมัดจำ 50% ของราคาวัคซีนเมื่อเข้ามาทำการจอง และชำระเงินส่วนที่เหลือภายใน 5 วันทำการเมื่อได้รับการแจ้งจัดสรรวัคซีน กำหนดเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2565 เป็นต้นไป จนถึงสิ้นปี 2565 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบจัดสรรวัคซีนที่รับฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ

สำหรับรายละเอียดข้อกำหนดการจองและอัตราค่าวัคซีนทางเลือกเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันจะประกาศให้ทราบอีกครั้งทางเพจศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม ในรูปแบบบุคคลทั่วไป ขอให้ติดตามการจองวัคซีนทางเลือกเข็มกระตุ้นภูมิจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่รับการจัดสรรวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และให้บริการฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะไม่เปิดรับจองในรูปแบบบุคคลทั่วไปในการจัดสรรครั้งนี้

ข้อแนะนำแนวทางการเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น

  • ไม่แนะนำการกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา ในสตรีอายุต่ำกว่า 40 ปี หรือผู้ที่ใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด หรือมีภาวะการแข็งตัวของเลือดมากกว่าปกติในทุกช่วงอายุ
  • ไม่แนะนำการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเร็วเกินความจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่การระบาดไม่รุนแรง เพราะมีข้อมูลพบว่าหากยืดระยะห่างการฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้นานขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะได้รับการตอบสนองระดับภูมิคุ้มกันขึ้นดีกว่า
  • วัคซีนชนิดเชื้อตาย ได้แก่ ซิโนฟาร์ม หรือซิโนแวค ควรฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันห่างจากเข็ม 2 อย่างน้อย 3-6 เดือน
  • วัคซีนชนิดอื่นๆ ได้แก่ แอสตราเซเนกา ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน สปุตนิก ควรฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันห่างจากเข็มสองอย่างน้อย 7-8 เดือน
  • กรณีติดเชื้อโควิด-19 หลังได้รับการฉีดเข็มที่ 2 ให้เริ่มนับการมารับเข็มกระตุ้นภูมิระยะเวลา 60 วันหลังการติดเชื้อ
  • การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม มีการคาดการณ์ว่าอาจจะช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเจ็บป่วยรุนแรงได้ประมาณ 4-8 เดือน และวัคซีนแอสตราเซเนกา ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา จะช่วยป้องกันได้ประมาณ 8-10 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ระบาด ณ ขณะนั้น โดยยังต้องเคร่งครัดในการป้องกันตนเองอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการสวมใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง และเลี่ยงที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชวิทยาลัยฯ นำเข้า "วัคซีนโมเดอร์นา" 8 ล้านโดส ใช้เป็นเข็มกระตุ้น 

 

กลับขึ้นด้านบน