ปลดล็อกพืชกระท่อม สร้างรายได้เกษตรกรเดือนละ 12,000 บาท/ไร่

ปลดล็อกพืชกระท่อม สร้างรายได้เกษตรกรเดือนละ 12,000 บาท/ไร่

ปลดล็อกพืชกระท่อม สร้างรายได้เกษตรกรเดือนละ 12,000 บาท/ไร่

รูปข่าว : ปลดล็อกพืชกระท่อม สร้างรายได้เกษตรกรเดือนละ 12,000 บาท/ไร่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์กระท่อมทยอยจำหน่ายออกสู่ตลาดในปี 2565 หลังจากการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 สร้างกระแสความสนใจในวงกว้าง

วันนี้ (7 ต.ค.2564) บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ออกบทวิจัยเรื่อง อนาคต..."กระท่อม" โดยระบุว่า การปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ได้สร้างกระแสความสนใจให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างทั้งในฝั่งของผู้ผลิตและผู้บริโภค นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์กระท่อมทยอยจำหน่ายออกสู่ตลาดในปี 2565

หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.อนุญาตให้ยื่นใบอนุญาตในการผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อม ซึ่งมองว่าในระยะแรก ความสำเร็จของภาพรวมธุรกิจกระท่อมคงไม่ใช่เรื่องง่าย และคงต้องขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นสำคัญภายใต้อุปทานที่มีจำกัด จึงถือว่าเป็นช่วงทดสอบตลาดผู้บริโภค

โดยผู้ปลูกที่มีผลผลิต พร้อมขายจะได้รับประโยชน์ผ่านการขายใบกระท่อมสดที่มีราคาค่อนข้างสูงราว 250-350 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2564 (ก.ย.-ธ.ค.) รายได้เกษตรกรอาจอยู่ที่ราว 9,000-12,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน

ทั้งนี้ เป็นเพียงการประเมินตัวเลขปัจจุบันในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้กระท่อมเป็นวัตถุดิบเป็นสำคัญ ซึ่งหากตลาดผู้บริโภคให้การตอบรับดีในระยะแรก ก็อาจจูงใจให้มีผลผลิตกระท่อมที่ปลูกใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้า

สำหรับเกษตรกรที่สนใจหันมาลงทุนปลูกต้นกระท่อม คงต้องมีการวางแผนเพื่อตัดสินใจในการปลูกอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากการตอบรับความต้องการในระยะแรกแล้ว ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือเงินลงทุนในการเริ่มปลูก เงินทุนหมุนเวียนระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต ระยะเวลาคืนทุน และความเสี่ยงของราคาขายที่จะได้รับ

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมปลายน้ำที่กระท่อมสามารถมีโอกาสเข้าไปทำตลาดได้จะมีแนวโน้มเติบโตทั้งในและต่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง แต่นับว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เพราะยังอยู่ในช่วงทดสอบตลาดในปัจจุบัน

ซึ่งหากตลาดไม่มีการตอบรับที่ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อภาพการผลิตกระท่อมต้นน้ำได้ สำหรับในแง่การส่งออก นับว่ายังมีความไม่แน่นอนเช่นกัน เพราะผู้ประกอบการปลายน้ำที่ใช้กระท่อมเป็นวัตถุดิบต่างต้องสร้างการรับรู้ในสินค้าซึ่งเป็นสินค้าใหม่และหาฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

รวมถึงประเด็นเรื่องสามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคาและคุณภาพเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทดแทนอื่นๆ ในตลาด รวมถึงคู่แข่งหลักที่มีผลผลิตกระท่อมอย่างอินโดนีเซีย

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าความต้องการของผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่ใช้กระท่อมเป็นวัตถุดิบ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความต้องการใช้กระท่อมสด และมีผลต่อทิศทางราคากระท่อมสด ตลอดจนผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อมในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

มติเอกฉันท์! สภาฯ ผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม

พนง.ผลิตชุดชั้นในบุกทำเนียบ ร้องรัฐจ่ายชดเชยตกงาน 1,388 คน 

ปูพรมตรวจค้นเพิ่มซอยจตุรทิศ 2 ดินแดงหลัง คฟ.ถูกยิง

เตือน 5 จว.อีสานเสี่ยงน้ำมูลท่วม 8-11 ต.ค.นี้

แผ่นดินไหวปากีสถานรุนแรง 5.7 เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน 

กลับขึ้นด้านบน