อสส.สั่งไม่ฟ้อง "กาญจนาภา-วันชัย" คดีฟอกเงินกู้ ธ.กรุงไทย

อสส.สั่งไม่ฟ้อง "กาญจนาภา-วันชัย" คดีฟอกเงินกู้ ธ.กรุงไทย

อสส.สั่งไม่ฟ้อง "กาญจนาภา-วันชัย" คดีฟอกเงินกู้ ธ.กรุงไทย

รูปข่าว : อสส.สั่งไม่ฟ้อง "กาญจนาภา-วันชัย" คดีฟอกเงินกู้ ธ.กรุงไทย

สำนักงานอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง "กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน" จำเลยคดีฟอกเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับนายพานทองแท้ เมื่อปี 2547 โดยทั้ง 2 คน ร้องขอความเป็นธรรมจากคดีก่อนหน้าที่ศาลยกฟ้องทั้งหมดและคดีสิ้นสุดแล้ว อัยการส่งความเห็นให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณาต่อ

วันนี้ (7 ต.ค.2564) จากกรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนางกาญจนาภา และนายวันชัย หงษ์เหิน 2 ผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกับฟอกเงิน คดีทุจริตฟอกเงินกู้ธนาคารกรุงไทย กับบริษัท กฤษดามหานคร ซึ่งเป็นคดีตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 17 ปีมาแล้วนั้น

นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คดีนี้แบ่งเป็นหลายสำนวน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2561 โดยมีจำเลย 4 คน คือ นางเกศินี จิปิภพ, นางกาญจนาภา และนายวันชัย หงษ์เหิน และนายพานทองแท้ ชินวัตร นอกจากนี้ คดีนี้ยังเกี่ยวพันกับคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นหนึ่งในจำเลย ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และศาลได้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานโจทก์มีน้ำหนักไม่เพียงพอ

ส่วนคดีดังกล่าว อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนางเกศินี จิปิภพ ไปก่อนหน้านี้แล้ว และอธิบดีดีเอสไอได้เห็นพ้องด้วย ความเห็นนี้จึงเสร็จเด็ดขาดแล้ว จึงเหลือจำเลยอีก 3 คน คือนางกาญจนาภา นายวันชัย และนายพานทองแท้ อัยการได้ยื่นฟ้องคดีกับนายพานทองแท้ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปก่อน เนื่องจากทั้ง 2 คนหลบหนี และศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง อัยการไม่อุทธรณ์คดีและอธิบดีดีเอสไอเห็นพ้องด้วย

ต่อมา นางกาญจนา และนายวันชัย ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ เมื่อเดือน ก.ค.2563 ขอให้ทบทวนคำสั่งฟ้องของทั้ง 2 คน โดยอ้างถึงข้อเท็จจริง และคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดจากการยกฟ้องนายพานทองแท้ รวมทั้งคดีของนายทักษิณ ที่ศาลก็ยกฟ้องเช่นกัน นอกจากนี้ ยังอ้างถึงเช็คที่มีการสั่งจ่ายเงิน 26 ล้านบาท ที่เป็นเหตุให้ทั้ง 2 คนถูกกล่าวหาในคดีนี้ เป็นเรื่องธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ และได้ขายหุ้นได้เงินคืน พร้อมกำไรรวมกว่า 27 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งพยานบุคคลและเอกสารสนับสนุน

เหตุผลดังกล่าวอัยการพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย จึงมีมติกลับคำสั่งไม่ฟ้องคดีทั้ง 2 คน และส่งเรื่องให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณาอีกครั้งในฐานะเจ้าของสำนวน และหากดีเอสไอพิจารณาเห็นพ้องด้วยคดีก็เป็นอันสิ้นสุด ไม่มีการสั่งฟ้องคดีต่อ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ตำรวจนครศรีฯ เตือนประชาชนห้าม "ปาไข่เน่า-ด่านายกฯ" ขณะลงพื้นที่

ปลดล็อกพืชกระท่อม สร้างรายได้เกษตรกรเดือนละ 12,000 บาท/ไร่

แผ่นดินไหวปากีสถานรุนแรง 5.7 เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน

กรมศิลป์ ทุ่มงบฯ เร่งซ่อมด่วนศาลาฯ วัดใหญ่สุวรรณาราม หวั่นเสียหายหนัก

กลับขึ้นด้านบน