กลุ่มทุนซาอุฯ เทคโอเวอร์ "นิวคาสเซิล" 300 ล้านปอนด์

กลุ่มทุนซาอุฯ เทคโอเวอร์ "นิวคาสเซิล" 300 ล้านปอนด์

กลุ่มทุนซาอุฯ เทคโอเวอร์ "นิวคาสเซิล" 300 ล้านปอนด์

เป็นข่าวมานานกว่า 1 ปีครึ่ง ล่าสุดกลุ่มทุน PIF จากซาอุดิอาระเบีย เข้าเทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิล ด้วยมูลค่า 300 ล้านปอนด์ ส่งผลให้สโมสรจากเกาะอังกฤษทีมนี้รวยที่สุดในโลก หลังจากพรีเมียร์ลีกประกาศยืนยันการซื้อขายอย่างเป็นทางการ

รูปข่าว : กลุ่มทุนซาอุฯ เทคโอเวอร์ "นิวคาสเซิล" 300 ล้านปอนด์

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2564 พรีเมียร์ลีก ประกาศว่า กลุ่มกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ หรือ PIF จากซาอุดิอาระเบีย เเละกลุ่มทุนจากอแมนดา สตาเวลีย์ นักการเงิน และมหาเศรษฐีพี่น้องรูเบน ชาวอังกฤษ เข้าเทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่า 300 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 13,760 ล้านบาท

หลังจากพรีเมียร์ลีกใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 1 ปีครึ่ง จนพิสูจน์ได้ว่ารัฐซาอุฯ จะไม่เข้าควบคุมสโมสรเเบบ 100% โดย PIF เป็นผู้จัดหาเงินทุน 80% ที่เหลืออีก 20% มาจากกลุ่มนักธุรกิจในอังกฤษ โดยมียาเซอร์ อัล-รูมาย-ยาน ผู้ว่าการ PIF ทำหน้าที่ประธาน เเต่ไม่เป็นผู้บริหารสโมสร เเทนที่ไมค์ เเอชลีย์ เจ้าของคนเดิม ที่ทำทีมเเบบเพลย์เซฟ หลังจากซื้อกิจการเมื่อ 14 ปีที่เเล้ว ด้วยเงินเพียง 133 ล้านปอนด์

สำหรับ PIF เป็นกองทุนที่ใช้เงินจากรัฐ ลงทุนในธุรกิจของประเทศต่างๆ เหมือนกับเท-มาเส็ก ของสิงคโปร์ โดย PIF มีเงินมากถึง 320,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มทุนที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก มีเงินมากกว่าอันดับ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี กลุ่มทุนจากกาตาร์ถึง 15 เท่า

ก่อนหน้านี้ กลุ่มทุนจากซาอุฯ ถูกหลายฝ่ายคัดค้านจากเหตุผลหลัก 2 ข้อ คือ การละเมิดลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอล และข่าวการเสียชีวิตของจามาล คาช็อคกี สื่อจากวอชิงตันโพสต์ ที่ชอบวิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย

"แอมเนสตี้-สื่อนอก" คาดซาอุฯ ใช้พรีเมียร์ลีกสร้างภาพลักษณ์

ขณะที่แอมเนสตี้ หรือองค์การนิรโทษกรรมสากล เตือนพรีเมียร์ลีก ว่า "เจ้าชายบิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารของซาอุดิอาระเบีย วัย 36 ปี ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี เเละในฐานะประธานกองทุน ต้องการใช้พรีเมียร์ลีกสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ทั้งที่พวกเขายังไม่ตอบคำถามชาวโลกเรื่องคาช็อคกีอย่างชัดเจน และซาอุฯ จะสนับสนุนฟุตบอลจริงหรือไม่ ในเมื่อผู้หญิงซาอุฯ ยังไม่สามารถเข้าไปดูบอลในสนามได้"

สื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่า การเข้ามาซื้อกิจการน่าจะเป็นการหวังผลเรื่องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตานานาชาติให้กับซาอุฯ มากกว่าการมองไปที่ผลกำไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของทีมคนใหม่ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

ส่วน "นิวคาสเซิล" กลายสโมสรที่รวยที่สุดในโลก เเละคาดว่าตลาดซื้อขายเดือน ม.ค.จะมีเงินซื้อนักเตะไม่ต่ำกว่า 250 ล้านปอนด์ นอกจากนี้สาวกทูนอาร์มียังต้องการเห็นอันโตนิโอ คอนเต หรือซีดาน เข้ามาทำทีมเเทนสตีฟ บรูซ กุนซือคนปัจจุบัน เพื่อเป้าหมายในการนำนิวคาสเซิลกลับมาคว้าเเชมป์ลีกสูงสุดให้ได้เป็นครั้งเเรกในรอบ 94 ปี หลังจากเคยทำได้มาเเล้ว 4 สมัย โดยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 1927

ปัจจุบัน นิวคาสเซิลเก็บได้ 3 เเต้มจาก 7 เกม อยู่อันดับรองสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก มีเเต้มตามหลังจ่าฝูง เชลซี ห่างถึง 13 เเต้ม ซึ่งมีโรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเป็นเจ้าของ

 

กลับขึ้นด้านบน