แนะตรวจชื่อก่อนรับบริการเสริมความงาม กันหมอเถื่อนสวมรอย

แนะตรวจชื่อก่อนรับบริการเสริมความงาม กันหมอเถื่อนสวมรอย

แนะตรวจชื่อก่อนรับบริการเสริมความงาม กันหมอเถื่อนสวมรอย

รูปข่าว : แนะตรวจชื่อก่อนรับบริการเสริมความงาม กันหมอเถื่อนสวมรอย

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แนะตรวจสอบเอกสารหลักฐานของแพทย์ก่อนรับบริการในคลินิกเสริมความงาม ป้องกันหมอเถื่อนสวมรอยแทนแพทย์จริง เสี่ยงอันตรายจากการติดเชื้อ บางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

วันนี้ (9 ต.ค.2564) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าธุรกิจในด้านสุขภาพและความงาม ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงการผ่อนคลายมาตรการ คลินิกสามารถให้บริการเสริมความงามได้ ก็ถือเป็นช่วงเวลาอันดีที่หนุ่ม-สาวหลายรายจะได้มีโอกาสเสริมความงามเฉพาะจุด หรือยกกระชับสัดส่วนร่างกาย

แต่ด้วยเม็ดเงินในธุรกิจฯ ที่มีมูลค่ามากก็ย่อมมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบแฝงเข้ามาหาผลประโยชน์ เช่น การที่มีบุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ (หมอเถื่อน) เข้าสวมรอยให้บริการแทนแพทย์จริงในคลินิก ซึ่งการให้บริการของหมอเถื่อนที่ขาดความรู้ความสามารถ สร้างผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้รับบริการ อย่างการเสริมความงามก็มักจะพบความผิดพลาด ทั้งแผลติดเชื้อจมูก/ปาก/หน้าอกผิดรูป เกิดความพิการจากการฉีดสารเสริมความงาม หรือในบางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

ดังนั้น ในการหลีกเลี่ยงอันตรายจากหมอเถื่อนเหล่านี้ ผู้รับบริการจะต้องหมั่นสังเกตเอกสารหลักฐานประจำคลินิก นอกจากเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และใบอนุญาตให้ประกอบกิจการแล้ว ก่อนเข้าห้องตรวจรักษาจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน “แบบแสดงรูปถ่ายและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบโรคศิลปะ (ส.พ.6)” ที่ติดอยู่หน้าห้อง ซึ่งจะแสดงภาพถ่าย ชื่อ-นามสกุล สาขา และเลขที่ใบอนุญาตของผู้ให้บริการ และเพื่อความมั่นใจก่อนรับบริการขอให้นำชื่อของแพทย์รายดังกล่าวไปตรวจสอบในเว็บไซต์แพทยสภา (https://tmc.or.th/) หรือหากเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะให้ตรวจสอบที่เว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (http://mrd-hss.moph.go.th/)

"หากไม่ปรากฏรายชื่อในเว็บไซต์ หรือใบหน้าของผู้ให้บริการไม่ตรงกับภาพถ่าย ห้ามรับบริการโดยเด็ดขาด และให้ร้องเรียนมาที่สายด่วน 1426 กรม สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที"

ทั้งนี้ สบส.มีมาตรการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ดำเนินการเฝ้าระวังและกวดขันตรวจสอบมาตรฐานของสถานพยาบาลทุกแห่ง ทั้งมาตรการในการเฝ้าระวังการแพร่กระจายและคัดกรองโรคโควิด 19 และคุณภาพ มาตรฐานบริการอยู่อย่างต่อเนื่อง หากประชาชนพบเห็นการกระทำของสถานพยาบาลใดที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนอีกหลายรายพ้นจากอันตรายได้

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สำหรับบทลงโทษตามกฎหมาย ในกรณีที่พบหมอเถื่อนลักลอบให้บริการในคลินิกนั้น ไม่ได้มีแค่บทลงโทษตามกฎหมายพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 กับหมอเถื่อนรายเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเองก็จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในฐานปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากจะถูกลงโทษตามกฎหมายแล้ว สถานพยาบาลอาจจะสูญเสียชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชน จึงขอกำชับให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ดำเนินการคัดกรอง ตรวจสอบประวัติ และเอกสารหลักฐานในการรับสมัครผู้ให้บริการประจำสถานพยาบาลอย่างเข้มงวด อาจต้องมีการตรวจสอบจากเอกสารฉบับจริงและหมายเลขโทรศัพท์เพื่อยืนยันว่าผู้สมัครมิได้มีการสวมรอยเป็นบุคคลอื่นมาสมัครงาน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ปคบ.จับหญิงแอบอ้างเป็นหมอเสริมความงาม พบพ้นโทษ ส.ค.ก่อนทำผิดซ้ำ 

 

กลับขึ้นด้านบน