วธ.ยันร่วมกฐินพระราชทาน ฉีดวัคซีนยี่ห้อไหนก็ได้ที่ อย.-WHO รับรอง

วธ.ยันร่วมกฐินพระราชทาน ฉีดวัคซีนยี่ห้อไหนก็ได้ที่ อย.-WHO รับรอง

วธ.ยันร่วมกฐินพระราชทาน ฉีดวัคซีนยี่ห้อไหนก็ได้ที่ อย.-WHO รับรอง

รูปข่าว : วธ.ยันร่วมกฐินพระราชทาน ฉีดวัคซีนยี่ห้อไหนก็ได้ที่ อย.-WHO รับรอง

กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันฉีดวัคซีนทุกยี่ห้อ ที่ อย.-WHO รับรอง ร่วมพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทานได้ ระบุได้แจ้งให้ทุกภาคส่วนรับทราบแล้ว ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ครบโดสต้องมีผลตรวจ ATK ใน 72 ชั่วโมง

จากกรณีที่มีนักการเมืองคนหนึ่ง โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ว่า “มหาเถรสมาคม กำหนดมาตรการการเข้าร่วมพิธีทอดกฐินพระราชทาน เข้าใจว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม 2 เข็มไม่น่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีนะครับ อนุญาตเฉพาะคนที่ฉีด AstraZeneca, Pfizer, Moderna หรือ J&J เท่านั้น”

วันนี้ (14 ต.ค.2564) นายประสพ เรียงเงิน รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม (วธ) เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวน่าจะเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นความจริง เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ประชุมหารือร่วมกับกรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดข้อปฏิบัติเกี่ยวกับพิธีถวายพระกฐินพระราชทาน

โดยการได้รับวัคซีนที่ระบุไว้ในข้อปฏิบัติ จะหมายความรวมถึงวัคซีนทุกยี่ห้อที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือ องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรอง และสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นําข้อปฏิบัติดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2564 ที่ผ่านมา เห็นชอบแล้ว

ขณะนี้ ได้มีการแจ้งแนวปฏิบัติสำหรับวัดต่างๆ และข้อปฏิบัติเกี่ยวกับพระกฐินพระราชทานสำหรับผู้ขอรับพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานพิธีถวายพระกฐินพระราชทานให้ภาคส่วนต่างๆ รับทราบแล้ว

โดยแนวปฏิบัติมีรายละเอียดต่างๆ อาทิ ผู้เข้าร่วมพิธีต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรืออย่างน้อย 1 เข็ม มาแล้วไม่ต่ำกว่า 14 วัน ในวัคซีนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือองค์การอนามัยโลกให้การรับรอง

โฆษกกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า กรณีการข้ามเขตจังหวัดของผู้ถวายหรือผู้เข้าร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน หรือกฐินราษฎร์ สำหรับผู้ถวายหรือผู้เข้าร่วมพิธี ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับวัคซีนยังไม่ครบโดส ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยเทคนิค RT-PCR / Antigen Test Kits พร้อมใบรับรองแพทย์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

กลับขึ้นด้านบน