The EXIT : หลอกเช่ารถขายข้ามแดน

The EXIT : หลอกเช่ารถขายข้ามแดน

The EXIT : หลอกเช่ารถขายข้ามแดน

รูปข่าว : The EXIT : หลอกเช่ารถขายข้ามแดน

เปิดพฤติกรรมขบวนการหลอกเช่ารถขายข้ามแดน ผ่านการแกะรอยจากจีพีเอสติดรถยนต์และกล้องวงจรปิด

เดือนกรกฎาคม 2564  บริษัทให้บริการเช่ารถแห่งหนึ่ง ถูกหลอกเช่ารถและนำไปขายในประเทศเมียนมาผ่านชายแดนแม่สอด จ.ตาก ตำรวจใช้เวลากว่า 2 เดือนแกะรอยเส้นทางจากอุปกรณ์จีพีเอสติดตั้งในรถยนต์และกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามจับผู้ก่อเหตุได้ 4 คนจากทั้งหมด 6 คน

 

ข้อมูลที่ได้จากการแกะรอยจีพีเอสและกล้องวงจรปิด นอกจากทำให้ติดตามผู้ก่อเหตุได้แล้ว ยังแสดงให้เห็นพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการนี้ในการลำเลียงรถยนต์ไปยังแนวชายแดนจนกระทั่งนำรถออกไปประเทศเมียนมา  ซึ่งบางพฤติกรรมอาจมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มขบวนการอื่น ๆ  และ อาจเป็นประโยชน์ในการป้องกัน หรือ ติดตามขบวนการหลอกเช่ารถขายข้ามแดนได้

พฤติกรรมขบวนการหลอกเช่ารถขายข้ามแดน

1.ใช้บุคคลไม่มีประวัติอาชญากรรมเป็นผู้เช่ารถยนต์
เดือนกรกฎาคม 2564 คนกลุ่มหนึ่งติดต่อเช่ารถยนต์ระยะยาวจาก บ.ไทยวีพีคอร์ปอร์เรชัน จำกัด   บริษัทตรวจสอบประวัติของผู้เช่าอย่างละเอียดไม่พบว่ามีประวัติเคยกระทำผิดมาก่อนจึงให้เช่า เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวได้รถยนต์ไปแล้วแทนที่จะนำไปใช้เอง กลับนำรถไปส่งให้ชายคนหนึ่งที่ จ.สระบุรี

 

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า 2 วันหลังจากนั้นชายที่ จ.สระบุรีเป็นผู้ใช้รถยนต์ โดยไม่ปรากฏภาพของกลุ่มคนที่มาเช่ารถยนต์อีก

2.รถยนต์ล่องหนด้วยเครื่องตัดสัญญาณจีพีเอส
ปัจจุบันบริษัทให้เช่ารถยนต์ส่วนใหญ่ติดตั้งอุปกรณ์จีพีเอสในรถเพื่อติดตามหารถยนต์ได้ในกรณีฉุกเฉิน  ระบบจะแจ้งพิกัดไปยังคอมพิวเตอร์ของบริษัท แต่สำหรับรถยนต์คันที่ถูกกลุ่มขบวนการนี้เช่าไป กลับพบว่า สัญญาณจีพีเอสจากรถยนต์หายไปเกือบตลอดเส้นทาง ยกเว้นช่วงที่จอดดับเครื่องยนต์และช่วงที่เริ่มติดเครื่องยนต์

 

ตัวแทนบริษัทผู้ให้เช่ารถยนต์ คาดว่า กลุ่มขบวนการอาจใช้เครื่องตัดสัญญาณจีพีเอสโดยเสียบกับช่องจุดบุหรี่ของรถยนต์ เมื่อดับเครื่องรถยนต์อุปกรณ์ตัดสัญญาณจึงหยุดการทำงานไปด้วย  อุปกรณ์จีพีเอสจึงสามารถส่งสัญญาณกลับมาที่คอมพิวเตอร์ของบริษัทได้อีกครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

3.เปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอมเมื่อเข้าใกล้ชายแดน
รถยนต์ที่กลุ่มขบวนการเช่าจากบริษัทเมื่อเดือนกรกฎาคมเป็นรถยนต์ป้ายแดง แต่เมื่อนำรถยนต์ไปถึง จ.ตาก และเดินทางต่อไปที่ อ.แม่สอด กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่า มีการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเป็นสีขาวแล้ว

 

โดยทั่วไปเมื่อบริษัทผู้ให้บริการเช่ารถยนต์ทราบว่า รถยนต์ของบริษัทกำลังมุ่งหน้าสู่ชายแดนในลักษณะต้องสงสัยว่าอาจมีพฤติการณ์นำรถไปขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน บริษัทจะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนให้สกัดจับ โดยต้องแจ้งข้อมูลยี่ห้อ ลักษณะรถและหมายเลขทะเบียนรถ  การเปลี่ยนป้ายทะเบียนจึงทำให้เจ้าหน้าที่สกัดจับได้ยาก เพราะหมายเลขทะเบียนจะไม่ตรงกับที่บริษัทแจ้งมา

4.ใช้ช่องทางธรรมชาติในการส่งออก
จังหวัดตากมีแนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมา 5 อำเภอ คือ ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ และอุ้มผาง แม้แนวชายแดนส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับกับแม่น้ำ แต่ก็มีบางส่วนเป็นที่ราบเชื่อมต่อกับประเทศเมียนมา เช่น ต.รวมไทย อ.พบพระ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำวาเล่ย์ไหลลงใต้ดิน พื้นที่ดังกล่าวยังมีถนนเชื่อมต่อ เป็นจุดที่ชาวบ้านทั้งสองประเทศใช้เดินทางเข้าออกดั้งเดิม 

 

 

ข้อมูลจากกองร้อยเฉพาะกิจกรมการทหารราบที่ 4 บอกว่า เคยตรวจยึดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้บริเวณนั้นรวมกันกว่า 40 คัน
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ใน อ.พบพระ ที่มีแม่น้ำเป็นพรมแดนนั้น ในช่วงหน้าแล้งบางพื้นที่ก็ตื้นเขินจนรถยนต์สามารถขับผ่านได้ นอกจากนี้ ตลอดแนวชายแดนยังมีพื้นที่อื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถนำรถข้ามพรมแดนได้  หากกลุ่มขบวนการทราบข่าวว่าพื้นที่ใดมีการควบคุมเข้มข้นก็สามารถย้ายไปข้ามยังจุดอื่นได้

5.จ่ายค่าเช่าตรงเวลาเพื่อให้บริษัทตายใจ
หลังจากบริษัทผู้ให้บริการเช่ารถยนต์ที่ตกเป็นผู้เสียหายทราบจากอุปกรณ์จีพีเอสว่า รถยนต์ถูกส่งข้ามพรมแดนไปประเทศเมียนมาแล้วจึงพยายามติดต่อกลุ่มผู้เช่า แต่ผู้เช่ากลับแจ้งว่ายังใช้รถยนต์อยู่ในประเทศไทย  นอกจากนี้ยังโอนเงินค่าเช่ารถยนต์มาให้ต่อเนื่องอีกหลายเดือนหลังจากนั้น

 

ตัวแทนบริษัท บอกว่า หลายบริษัทเคยพบพฤติกรรมลักษณะนี้เช่นกัน เมื่อผู้เช่านำรถส่งไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วจะยังจ่ายค่าเช่าต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อให้ผู้ให้เช่าเข้าใจว่ารถยนต์ยังถูกใช้อยู่ในประเทศไทย   

ผู้ให้เช่าจะรู้ว่ารถยนต์ถูกโจรกรรมก็ต่อเมื่อผู้เช่าหยุดจ่ายค่าเช่า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็พบว่าสายเกินกว่าจะติดตามรถยนต์และผู้ก่อเหตุได้แล้ว

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน