ภาคการท่องเที่ยวเชื่อทุ่ม 200 ล้าน ดึง "ลิซ่า" โปรโมตท่องเที่ยวคุ้มค่า

ภาคการท่องเที่ยวเชื่อทุ่ม 200 ล้าน ดึง "ลิซ่า" โปรโมตท่องเที่ยวคุ้มค่า

ภาคการท่องเที่ยวเชื่อทุ่ม 200 ล้าน ดึง "ลิซ่า" โปรโมตท่องเที่ยวคุ้มค่า

รมว.ท่องเที่ยวเตรียมทุ่มงบ 200 ล้านบาทดึง "ลิซ่า BLACKPINK" มาร่วมงานเคาต์ดาวน์ที่ จ.ภูเก็ต ด้านภาคการท่องเที่ยวเชื่อเงิน 200 ล้านบาท คุ้มค่าคาดดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้มหาศาล

รูปข่าว : ภาคการท่องเที่ยวเชื่อทุ่ม 200 ล้าน ดึง "ลิซ่า" โปรโมตท่องเที่ยวคุ้มค่า

จากกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อดึง "ลลิษา มโนบาล" หรือ ลิซ่า BLACKPINK มาร่วมงานเคาต์ดาวน์ที่ จ.ภูเก็ต ท่ามกลางคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เราจะจัดงานส่งท้ายปีเก่าได้หรือไม่ ต้นสังกัดจะปล่อยลิซ่ามาหรือไม่ และ 200 ล้านบาทจะคุ้มค่า เหมาะกับสถานการณ์หรือไม่

นายพิพัฒน์ ยืนยันแล้วว่า กรณีดังกล่าวจะใช้งบประมาณรัฐบาลราว 200 ล้านบาท เป็นค่าตัวของ "ลิซ่า BLACKPINK"  และ แอนเดรีย โบเซลลี นักร้องโอเปร่าชื่อดังระดับโลกชาวอิตาลี มาร่วมงานเฉลิมฉลองเคาต์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่ในประเทศไทย

วางแผนให้ "ลิซ่า BLACKPINK" ร่วมงานเฉลิมฉลองเคาต์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่ที่สะพานสารสิน จ.ภูเก็ต ส่วน "แอนเดรีย โบเซลลี" จะขออนุญาตจัดงานที่ท้องสนามหลวง มีฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว และเบื้องต้นได้เจรจากับตัวแทนเอเจนซี่ในประเทศไทยให้ไปเจรจากับตัวแทนศิลปินทั้ง 2 คนแล้ว

ทั้งนี้ งบค่าตัวจำนวน 200 ล้านบาท เป็นค่าตัวของศิลปิน 2 คน ซึ่งนายพิพัฒน์ บอกว่า ของคุณแอนเดรียแพงกว่านิดหน่อย แต่ถ้ารวมค่าออแกไนซ์เซอร์ จัดงานทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 400 - 500 ล้านบาท เฉพาะค่าตัว 200 ล้านบาท จะเบิกงบประมาณแผ่นดินมาใช้ ส่วนค่าจัดงานอื่น ๆ คาดว่า จะได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน หรือ สปอนเซอร์

ส่วนคำถามว่าเงินจำนวน 200 ล้านบาท คุ้มค่าหรือไม่ นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า คุ้มแน่นอน ไม่ต้องมากหรอกครับ สมมติคุณ "ลิซ่า BLACKPINK" เข้ามาสร้างอิมแพ็กให้คนเข้ามา 1 ล้านคน เฉลี่ยคนละ 75,000 บาทเงินก็จะไหลเข้าประเทศ 75,000 ล้านบาท ถามว่าทำไมคนต้องการสร้าง Man-made attraction เพราะการสร้างนั้นลงทุนมหาศาล เช่น สวนสนุก หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อดึงคนทั้งโลกเข้ามา

แต่วันนี้คนไทยเพียง 1 คน ก็สามารถสร้างมูลค่าได้ขนาดนั้น และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก กรณีที่ศิลปินชาวไทยไปดังถึงระดับโลก ที่คิดว่าจะสร้างอิมแพ็กอย่างมากคือการเปิดอัลบั้มด้วยชุดไทยซึ่งขายความเป็นไทยชัดเจน แม้ว่าจะเป็นรูปแบบโมเดิร์น แต่ก็เป็นการผสมผสาน ซึ่งสมัยนี้อาจไม่ต้องการความเป็นออริจินัลมากมาย แต่นี่คือความเป็นไทยที่สัมผัสได้ง่าย นี่คือปรากฏการณ์ที่คนไทยจะต้องฉวยโอกาสเอาไว้

ด้านนายเจริญ แซ่จู พิธีกรงานศิลปินเกาหลีใต้ กล่าวว่า ศิลปินที่เป็นกลุ่มไม่ได้มีเพียงคุณลิซ่าคนเดียว เมื่อออกอัลบั้ม และเมื่อออกงานก็จะไปเป็นแพ็กเพราะออกอัลบั้มด้วยกัน แต่จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่ศิลปินแต่ละคนใน "BLACKPINK" มีโซโลอัลบั้มของตัวเอง

รวมถึงการที่ขณะนี้คุณลิซ่าได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊กว่า เป็นศิลปินหญิงเกาหลีใต้ที่มียอดวิวสูงที่สุดภายใน 24 ชม.ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะปล่อยศิลปินแยกออกไปรับงานต่าง ๆ และไม่แปลกที่จะปล่อยให้คุณลิซ่ามาไทยเพราะเป็นคนไทย

เงื่อนไขในขณะนี้คือ หากเราดีลช้ากว่าที่อื่น นี่คือเหตุผลเดียวหากมีที่อื่นดีลคุณลิซ่าไปงานปีใหม่ที่อื่นแล้ว เราไม่มีทางได้ดีลนี้แน่นอน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครดีลหรือดีลยังไม่ไปจบที่ไหน แล้วประเทศไทยดีลคุณลิซ่ามาได้โอกาสเป็นของเรา

มีความเห็นอีกด้าน ของ นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มองว่า สิ่งที่จะช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้ชาวต่างชาติ และคนไทยร่วมกิจกรรม คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับมาตรการของประเทศ ต่อการป้องกัน COVID-19 โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศครบโดส ความสะดวกของการตรวจหาเชื้อ หากไม่สามารถสร้างความมั่นใจในมาตรการได้ เสนอว่า รัฐบาลควรประหยัดงบค่าจ้างลิซ่า ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนจะดีกว่า

 

กลับขึ้นด้านบน