ช่วงโควิดพบพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 14 ชม./วัน เสี่ยงโรค NCDs

ช่วงโควิดพบพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 14 ชม./วัน เสี่ยงโรค NCDs

ช่วงโควิดพบพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 14 ชม./วัน เสี่ยงโรค NCDs

รูปข่าว : ช่วงโควิดพบพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 14 ชม./วัน เสี่ยงโรค NCDs

​กรมอนามัยเผยช่วงโควิด-19 ส่งผลให้คนมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 14 ชั่วโมงต่อวัน เสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แนะควรมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอ 150 นาทีต่อสัปดาห์

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2564 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้คนไทยทุกกลุ่มวัยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยเรียน วัยรุ่น กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 14 ชั่วโมงต่อวัน

ข้อมูลจากมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 พบว่า การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง และมีโอกาสเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคเบาหวาน 27% โรคมะเร็งลำไส้ 25% โรคมะเร็งเต้านม 21% และโรคหลอดเลือดหัวใจ 6% สาเหตุเกิดจากมีพฤติกรรมเหล่านี้มากเกินไป เช่น การนั่งทำงาน การนั่งประชุม การนั่งหรือนอนเล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ทำให้มีเวลาและโอกาสออกกำลังกายน้อยลง

ดังนั้น ควรเพิ่มกิจกรรมทางกายสะสมในแต่ละช่วงเวลาของวัน เช่น เวลาทำงานหรือการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการลุกยืนและเดินไปดื่มน้ำหรือเข้าห้องน้ำ การยืนในช่วงเวลาเบรคหลังจากนั่งเก้าอี้ทำงานทุก 1 ชั่วโมง และการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ พฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยลดพฤติกรรมเนือยนิ่งได้

ทั้งนี้ มีเป้าหมายการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอของคนไทยในปี 2573 ตั้งเป้าให้กลุ่มอายุ 5-17 ปี มีกิจกรรมทางกาย 40% และกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกาย 80% ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มวัยควรมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอ 150 นาทีต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะสามารถช่วยลดความรุนแรงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานที่บ้าน เสี่ยงต่อพฤติกรรมเนือยนิ่ง จึงควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุก 1 ชั่วโมง หรือเพิ่มกิจกรรมทางกายโดยใช้กิจกรรมในชีวิตประจำวัน

 

กลับขึ้นด้านบน