"ธรรมนัส" ชี้ไม่มีนัยการเมืองลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมพร้อมนายกฯ

"ธรรมนัส" ชี้ไม่มีนัยการเมืองลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมพร้อมนายกฯ

"ธรรมนัส" ชี้ไม่มีนัยการเมืองลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมพร้อมนายกฯ

รูปข่าว : "ธรรมนัส" ชี้ไม่มีนัยการเมืองลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมพร้อมนายกฯ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันลงพื้นที่น้ำท่วมช่วยประชาชน ตามข้อสั่งการจากหัวหน้าพรรค ปัดมีนัยการเมืองหรือการแข่งลงพื้นที่กับนายกฯตามที่มีการตั้งข้อสังเกต

วันนี้ (15 ต.ค.25464) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่างถึงข้อสังเกตกรณีการลงพื้นที่พร้อมกันระหว่างตนเองกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่วันนี้ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานีว่า หากทำใจให้เป็นกลางจะเห็นว่าไม่มีเรื่องการเมือง แต่เป็นการบ้านที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หน่วยต่าง ๆ ระดมไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และน้ำท่วม ขอให้มองเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน

พร้อมยืนยันว่า ตนเองได้ลงพื้นที่ช่วยประชาชนทุกวันอยู่แล้ว ปฏิบัติหน้าที่ในนามเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และในฐานะพี่น้องประชาชนและ ส.ส.โดยไม่มีนัยเรื่องการเมือง ไม่ได้มองเรื่องอื่น ก่อนจะกล่าวย้ำว่า การดำเนินการนั้นเป็นนโยบายที่หัวหน้าพรรคมอบหมายหัวหน้าสั่งการงานของพรรค โดยสัปดาห์หน้า 23 ต.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคจะลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ของ ส.ส.ในพรรค กรณีการเข้ามาทำงานการเมืองเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค โดยชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นผู้ที่ให้ข่าวเรื่องนี้และเชื่อว่า หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะรู้ดีที่สุดว่าสถานะของนายพีระพันธุ์ที่เข้ามาในพรรคว่าได้แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคไม่เกี่ยวกับภายในพรรค

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคที่จะทำความเข้าใจกับคนในพรรคสำหรับเรื่องดังกล่าว หรือเคลียร์กับ ส.ส.หลายคนที่ยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่หัวหน้าพรรคตัดสินใจตั้งที่ปรึกษาส่วนตัว มีวัตถุประสงค์ใด

สำหรับการเตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้งทั่วไป ครั้งต่อไปของพรรคพลังประชารัฐ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่าได้เตรียมการตั้งตัวแทนสาขาพรรคเกือบครบ 100% แล้ว และชี้แจงว่า เป็นธรรมชาติของการเมือง เมื่อใกล้การเลือกตั้งครั้งต่อไป

นักการเมืองต้องเตรียมพร้อมเป็นปกติมาโดยตลอดในการสรรหาตัวแทนเขต ไม่ใช่สัญญาณการยุบสภาตามที่มีการตั้งข้อสังเกต ส่วนแคนดิเดตบัญชานายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐอยู่ที่การตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค ซึ่งเลขาธิการพรรคตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องเป็นไปตามระบบ มั่นใจเลือกตั้งครั้งหน้าได้ ส.ส.มากกว่า 150 ที่นั่ง

 

กลับขึ้นด้านบน