ตะลุยกองถ่าย! เบื้องหลัง "แบงคอค" Virtual Influencer ไม่มีเพศคนแรกของไทย

ตะลุยกองถ่าย! เบื้องหลัง "แบงคอค" Virtual Influencer ไม่มีเพศคนแรกของไทย

ตะลุยกองถ่าย! เบื้องหลัง "แบงคอค" Virtual Influencer ไม่มีเพศคนแรกของไทย

รูปข่าว : ตะลุยกองถ่าย! เบื้องหลัง "แบงคอค" Virtual Influencer ไม่มีเพศคนแรกของไทย

ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะได้สัมภาษณ์ Virtual Influencer แต่เมื่อโอกาสมาถึง ไทยพีบีเอสออนไลน์ก็ไม่รอช้า เดินทางไปถึงสตูดิโอ ทีม bda.world.service เจ้าของโปรเจ็ก bangkoknaughtyboo ผู้สร้าง "แบงคอค" Virtual Influencer ไม่มีเพศ หรือ non-binary คนแรกของประเทศไทย 

Q : สวัสดีค่ะ
แบงคอค : สวัสดีครับ

Q : ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ
แบงคอค : ผมชื่อแบงคอคนะครับ อายุ 17 ปีตลอดไป แต่เกิดมาได้ 1 ปีแล้วครับ ยินดีที่ได้มาคุยกับไทยพีบีเอสนิวส์ในวันนี้นะครับ

Q : แบงคอคเป็นคนแบบไหน
แบงคอก : แบงเป็นคนซน ๆ อืม..ไม่จำกัดเพศ และเป็น Global citizen ครับ

บทสนทนาสั้น ๆ นี้ กำลังเกิดขึ้นในจินตนาการของทีมข่าวและทีมงาน bda.world.service กับการสร้าง "แบงคอค" มานั่งบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง ราวกับเรากำลังพูดคุยกันอยู่จริง ๆ กระบวนการหลังจากนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ภาพที่อยู่ในความคิดของเราจะกลายเป็นคลิปวิดีโอให้ได้ชมกัน

ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น ไหน ๆ ก็มาถึงฐานที่มั่นที่เป็นทั้งกองถ่าย และกองตัดต่อแล้ว ไทยพีบีเอสออนไลน์ก็ขอเกาะขอบจอเจาะเบื้องหลังการทำงานกว่าจะมาเป็น Virtual Influencer แบบที่เราได้เห็น ๆ กันผ่านอินสตาแกรมว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรกัน

Virtual Influencer ต้องมีสถานที่จริง-สแตนอิน

มุก-ณิชกานต์ รัตนแสงเสถียร 3D Artist ในโปรเจ็ก bangkoknaughtyboo ที่กำลังออกแบบขนตา "แบงคอค" เพื่อการถ่ายแบบคอลเลกชันใหม่ เล่าถึงกระบวนการสร้าง Virtual Influencer ว่า จุดเริ่มต้นของแบงคอก เกิดจากการรวบรวมต้นแบบตัวแทนวัยรุ่นมา ก่อนนำข้อมูลเข้าโปรแกรมเกี่ยวกับการสร้างหน้าตาเพื่อออกแบบแบงคอก 


หลังได้โมเดลหน้าตามาแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาผิวหนัง รูขุมขน รอยแตกของปาก ผม ขนคิ้ว ขนตา ไปจนถึงลูกตา ซึ่งต้องใช้หลายโปรมแกรม และพัฒนาไปเรื่อย ๆ ลงรายละเอียดให้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด 

 


ขณะเดียวกัน เมื่อรับงานแบรนด์มาก็จะต้องกำหนดคาแรกเตอร์ให้เข้ากับสินค้า หรือเสื้อผ้า แล้วออกกองไปถ่ายภาพจริง ในสถานที่จริงโดยใช้สแตนอิน จากนั้นก็นำภาพมาลงคอมพิวเตอร์ ก่อนจะแมปแบงคอคเข้าไปในภาพ แต่งแสง ทำมุม จุดยากที่สุดคือ แววตา ที่ต้องสะท้อนภาพสถานที่จริง เพื่อให้เหมือนของจริงมากที่สุด

หน้าตาแบงคอคจัดว่า เด็ด คาแรกเตอร์จัดจ้าน มีความแฟชั่น เราเปลี่ยนสีผมให้น้องทุกคอลเลกชัน ซึ่งเป็นจุดแข็งและเป็นความสนุกอย่างหนึ่งที่ท้าทายให้เราได้พัฒนาหรือปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ไม่จำเจ

แม้จะพัฒนามาเองกับมือ แต่ มุก-ณิชกานต์ บอกว่า วันนี้ "แบงคอค" ยังพัฒนาไม่ใกล้เคียงคำว่า 100% เลย เพราะแบงคอกยังเป็น Virtual Influencer ครึ่ง Computer Generated Imagery (CGI) และครึ่งมนุษย์ แต่ในอนาคตอาจพัฒนาแบงคอคให้เป็น CGI 100% แบบที่ไม่ต้องใช้สถานที่จริงหรือไม่ต้องมีสแตนอินอีกต่อไป

 


ขณะเดียวกันความฝันของแบงคอค คือการเป็น POP Star ระดับโลก ดังนั้น โจทย์สำคัญของนักพัฒนาอีกอย่าง คือการทำให้แบงคอคขยับได้ เต้นได้ ร้องได้ ซึ่งต้องใช้เทคนิคหลายอย่างและค่อนข้างยาก "มนุษย์ 2 คน เต้นพร้อมกันยังเต้นไม่เหมือนกัน CGI ก็น่าจะยากในทางเทคนิคกว่าจะทำให้ขยับได้สวยเหมือนมนุษย์หรือมีคาแรกเตอร์"

"แบงคอค" ตัวแทนวัยรุ่นยุคใหม่ในกรุงเทพฯ

หลังจากรู้ขั้นตอนการสร้าง "แบงคอค" ให้กลายมาเป็น Virtual Influencer กันแล้ว ไทยพีบีเอสออนไลน์ ขยับมาถามถึงที่มาของ "แบงคอก" กับ บีม-อดิศักดิ์ จิราศักดิ์เกษม เจ้าของโปรเจ็ก bangkoknaughtyboo เพื่อทำความรู้จักกับตัวตนของ Virtual Influencer คนนี้ให้ลึกมากยิ่งขึ้น

 


"Lil Miquela" Virtual Influencer จากสหรัฐอเมริกา คือแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้ทีมงานเกิดไอเดียอยากสร้าง Virtual Influencer จากฝีมือคนไทยขึ้นมาบ้าง บีม-อดิศักดิ์ จึงเริ่มชวนเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันมาเริ่มโปรเจ็ก โดยตั้งเป้าว่าอยากให้ "แบงคอค" เป็นศูนย์รวมคาแรกเตอร์ของวัยรุ่นยุคใหม่ในกรุงเทพฯ

เด็กรุ่นใหม่ ไม่สนเรื่องเพศ เราก็เซ็ตให้แบงคอคเป็น non-binary มีไอดอลเป็นลิซ่า Blackpink ชอบกินชานมไข่มุก หรือเป็นนักลงทุนในด้าน Cryptocurrency โชว์ความเป็นเด็กยุค 2000 

แม้ว่าวันนี้เราเรียกแบงคอคว่า Virtual Influencer และแบงคอคเริ่มเข้าสู่วงการจากการเป็นนายแบบ แต่ความฝันของแบงคอค ก็เหมือนความฝันของเด็กคนอื่น ๆ ที่อยากจะเป็นนักร้องชื่อดังระดับโลก เมื่อเป้าหมายชัดเจน ทีมงานก็ค่อย ๆ สร้างตัวตนแบงคอคไปเรื่อย ๆ ให้ทุกคนได้ติดตามและทำความรู้จักผ่านอินสตาแกรม 

non-binary กับเรื่องเพศที่แบงคอคอยากบอกสังคม

บีม-อดิศักดิ์ ยอมรับว่า ตลาด Influencer ขณะนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพราะใคร ๆ ก็เป็น Influencer ได้ ดังนั้น การสร้างเรื่องราวของตัวเองให้ดีก็เป็นอีกจุดขายสำคัญ  แบงคอคเป็น Virtual Influencer ก็คือ 1 จุดขาย แล้วแบงคอคก็เปิดตัวเป็น non-binary เป็นอีกจุดขายด้วย

ตอนนี้ต้องดูว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจ non-binary และ Virtual Influencer ไหม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังให้ข้อมูลสังคม ไปพร้อม ๆ กับการทำให้ผู้คนได้รู้จักกับแบงคอค

การให้แบงคอคไม่มีเพศ เป็นความตั้งใจของ บีม-อดิศักดิ์ ที่มองว่า โลกเรามีปัญหาเหยียดเพศกันมาก และในฐานะที่แบงคอคเป็นเหมือนตัวแทนวัยรุ่นยุคใหม่ ซึ่งเข้าใจและยอมรับเรื่องเพศกันอยู่แล้ว "ถ้าเราไม่ Judge หรือตัดสิน คนฝั่งตรงข้ามเรื่องเพศ เราก็ตัดปัญหาไปได้" non-binary เป็นเทรนด์ที่กำลังมาในต่างประเทศ จึงอยากให้คนไทยรู้จัก เปิดใจ เพราะทีมผู้สร้างแบงคอคเองก็เพิ่งเรียนรู้กับเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กับการสร้างแบงคอคเช่นกัน


แม้วันนี้ "แบงคอค" จะยังมีงานเข้ามาไม่มาก แต่ทีมผู้สร้างเชื่อว่า แบงคอคจะสู้ Influencer คนอื่น ๆ ได้ ด้วยจุดแข็งที่มีความยืดหยุ่นกว่ามนุษย์ สามารถเซ็ตว่าแบงคอคอายุ 17 ปีตลอดไปก็ทำได้ หรือเซ็ตว่าพรุ่งนี้จะกินอาหารอร่อยจนตัวแตกก็ทำได้ โดยใช้ CGI "พอใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก มันครีเอทีฟได้สูง ทำให้สนุกตรงนี้ แต่ข้อเสียก็มี คือเราต้องใช้ทีมใหญ่ และงบเยอะ" 

 

"ดอกบัวไฟ" ศิลปินคอมพิวเตอร์กราฟิก 100%

ไม่ใช่แค่เพียง Virtual Influencer แบบครึ่ง CGI ครึ่งมนุษย์ แต่ทีมโปรเจ็ก bangkoknaughtyboo ยังได้พัฒนา "ดอกบัวไฟ" ศิลปินที่สร้างจากคอมพิวเตอร์กราฟิก หรือ CGI 100% อีกโปรเจ็กด้วย

เอิ๊ก-วรณัฐ วรพิทักษ์ นักพัฒนาทั้ง 2 โปรเจ็ก บอกกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า "ดอกบัวไฟ" คือ คอมพิวเตอร์กราฟิก 100% คล้ายกับอนิเมชันหรือตัวละครในเกมส์ แต่เราหาเรื่องราวมาสร้างให้เขาเหมือนมนุษย์มากขึ้น พร้อม ๆ กับการออกแบบพัฒนารายละเอียดต่าง ๆ และเสนอในมุมมองที่เหนือจินตนาการได้

อยากให้ดอกบัวไฟผลักขอบเขตของโลกออนไลน์ออกไปได้ไกลกว่าที่มันจะเป็นไปได้ ตอนนี้หลายผลงานในออนไลน์ยังอ้างอิงจากโลกจริงอยู่ แต่เราอยากให้ดอกบัวไฟผลักโลกจริงออกไปเลย

 


ถ้านิยามดอกบัวไฟคือ นักดนตรีและศิลปินที่ทำงานศิลปะของตัวเองในโลกออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาดอกบัวไฟมีผลงานเพลงรีมิกซ์ในโลกจริงแล้ว จากการร่วมงานกับคลื่นวิทยุที่ฮ่องกง และในอนาคตอาจจะเห็นผลงานจริง ๆ ของดอกบัวไฟในโลกจริงในฐานะศิลปินนักวาดภาพ โดยทำงานร่วมกับศิลปินที่เป็นมนุษย์มีการแสดงภาพในแกลลอรีให้ผู้คนเดินชมได้ ขณะที่ดอกบัวไฟอาจจะแสดงภาพในอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีอยู่จริงควบคู่กันไป

 


เอิ๊ก-วรณัฐ มองว่า เมื่อใช้เทคนิค CGI 100% ช่วยทลายข้อจำกัดในเรื่องการใช้สถานที่จริง สแตนอินไปได้แล้ว ยังทลายกำแพงความคิดและจินตนาออกไปได้อย่างไม่มีข้อจำกัด "อยากให้เป็นผีปอปลงไปในโอ่ง หรืออยากให้เป็นแม่นากยื่นมือออกไป ดอกบัวไฟเป็นได้ทุกอย่าง" เรียกได้ว่าเป็นอีกสีสันในวงการศิลปะในยุคดิจิทัลของไทยที่ต้องจับตามองกันต่อไป สำหรับศิลปินดิจิทัลอนาคตไกลคนนี้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในยุคดิจิทัลกับอนาคต "Virtual Vs มนุษย์"

เทรนด์ใหม่ Virtual Influencer กำลังมา เอเจนซี่เปิดตัวสาวไทย "ไอรีน"

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน