ยื่นสถานทูตลาว สอบ 10 หมู่บ้าน ไขปม "บั้งไฟพญานาค"

ยื่นสถานทูตลาว สอบ 10 หมู่บ้าน ไขปม "บั้งไฟพญานาค"

ยื่นสถานทูตลาว สอบ 10 หมู่บ้าน ไขปม "บั้งไฟพญานาค"

รูปข่าว : ยื่นสถานทูตลาว สอบ 10 หมู่บ้าน ไขปม "บั้งไฟพญานาค"

แอดมินเพจพิสูจน์บั้งไฟพญานาค นำรายชื่อ 10 หมู่บ้านฝั่งลาว อ้างยิงลูกปืนส่องแสงบั้งไฟพญานาค หลอกคนไทยในพื้นที่หนอง คาย บึงกาฬ หลังปีนี้พบสถิติลูกไฟในลำน้ำโขงช่วงวันออกพรรษากว่า 600 ลูก ในอดีตยังมีข้อพิสูจน์จากทีมวิทยาศาสตร์ พบลูกไฟมาจากก๊าซมีเธน

วันนี้ (25 ต.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจพิสูจน์บั้งไฟพญานาค นำรายชื่ออ้างว่าเป็น 10 หมู่บ้านในสสป.ลาว ที่ยิงลูกปืนส่องแสง หลอกชาวหนองคาย บึงกาฬ ว่าเป็นบั้งไฟพญานาค 

นายสมภพ ขำสวัสดิ์ แอดมินเพจพิสูจน์บั้งไฟพญานาค ได้นำหลักฐานรายชื่อหมู่บ้าน ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่บันทึกการเกิดบั้งไฟพญานาค ยื่นให้สถานเอกอัครราชทูตลาว สืบหาความจริงกรณีการเกิดบั้งไฟพญานาค เป็นการยิงกระสุนแสงจากหมู่บ้านฝั่งลาว สร้างความเข้าใจผิดให้กับคนไทยมานานหลายสิบปีเพจระบุว่า หมู่บ้านถูกยื่นตรจวจสอบมีดังนี้

  • บ้านโดนเหนือ เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ ฝั่งไทยที่มองเห็น วัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 
  • บ้านนากุง เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทร์ วัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และอบต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
  • บ้านปากงึม เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ ฝั่งไทยที่มองเห็น  บ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 
  • บ้านหนองเขียด เมืองปากงึม นครหลวงเวียงจันทน์ ฝั่งไทยที่มองเห็น พุทธอุทยานฯอ.โพนพสิยั จ.หนองคาย บ้านน้ำเป อ.รัตนาวาปี บ้านโปร่งสำราญ จ.หนองคาย 
  • บ้านห้วยสายพาย เมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ (ยิงมากที่สุด) ฝั่งไทยที่มองเห็น บ้านท่าม่วง บ้านตาลชุม บ้านหนองแก้ว บ้านดงมดแดง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 
  • บ้านทวย เมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ ฝั่งไทยที่มองเห็น บ้านเปงจาน อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 
  • บ้านหงส์ทอง เมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ ฝั่งไทยที่มองเห็น ลานพญานาค อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ 
  • บ้านหาดไซ เมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ ฝั่งไทยที่มองเห็น ลานพญานาค อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ 
  • บ้านปากทวย เมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ ฝั่งไทยที่มองเห็น วัดอาฮง อ.เมือง จ.บึงกาฬ
  • บ้านทุ่งน้อย เมืองท่าพระบาท แขวงบอลิคำไซ ฝั่งไทยที่มองเห็น บ้านท่าสีโค อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย 

บั้งไฟพญานาคปี 64 มากกว่า 600 ลูก 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกันวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 วันออกพรรษาของไทย ข้อมูลจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่า บั้งไฟพญานาคปีนี้ เกิดขึ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมกว่า 600 ลูก เกิดมากที่สุดในเขตอ.รัตนวาปี 500 ลูก รองลงมาคือในเขตอ.โพนพิสัย 115 ลูก

สรุปยอด “บั้งไฟพญานาค” ที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา จากข้อมูลที่แต่ละอำเภอรายงาน มา จ.หนองคาย อย่างไม่เป็นทางการ มีบั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นทั้งหมดจำนวน 615 ลูก ในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.รัตนวาปี จำนวน 500 ลูก และอ.โพนพิสัย จำนวน 115 ลูก

เปิดตำนานพิสูจน์บั้งไฟพญานาคยุคแรก

ก่อนหน้านี้ กรณีบั้งไฟพญานาค เคยมีข้อถกเถียงกันหลายครั้งว่าเกิดจากปรากฎการณ์ธรรมชาติ หรือฝีมือมนุษย์ ทำให้ปี 2545 ที่นายพินิจ จารุสมบัติ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรัฐ มนตรี ได้ตั้งทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ส.ป.ป.ลาว และนักวิทยาศาสตร์ลาว ร่วมกันศึกษาหาสาเหตุการเกิดปฏิกิริยาลูกไฟกลางลำแม่น้ำโขง

ในเชิงวิทยาศาสตร์ ได้ข้อสรุปจากการวิจัยและเก็บข้อมูลในเบื้องต้นในพื้นที่ จ.หนองคาย พบว่าการเกิดบั้งไฟพญานาคไม่น่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ แต่เกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อนของธรรมชาติ ส่วนเชิงวิทยาศาสตร์ พบมีการสะสมของถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ สารประกอบอินทรีย์ และออแกนิค ที่เกิดจากธรรมชาติและมนุษย์นานนับร้อยปี ทำให้มีก๊าซมีเธน และฟอสฟอรัส ทำปฏิกิริยากับ น้ำ อากาศ จึงทำให้มีดวงไฟเกิดขึ้น 

 

 

กลับขึ้นด้านบน