ไทยพบติดโควิดสายพันธุ์ "เดลตา พลัส" 1 คน

ไทยพบติดโควิดสายพันธุ์ "เดลตา พลัส" 1 คน

ไทยพบติดโควิดสายพันธุ์ "เดลตา พลัส" 1 คน

รูปข่าว : ไทยพบติดโควิดสายพันธุ์ "เดลตา พลัส" 1 คน

กรมควบคุมโรค เผยไทยพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ "เดลตา พลัส" 1 คน ไม่มีรายอื่นที่เกี่ยวเนื่อง หลังพบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในอังกฤษ ขณะที่กรมวิทย์ฯ เตรียมแถลงความคืบหน้าการเฝ้าระวังสายพันธุ์ COVID-19 พรุ่งนี้

วันนี้ (25 ต.ค.2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวว่า ความกังวลของเชื้อโควิคสายพันธุ์เดลต้า พลัส ในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญได้ติดตามการติดเชื้อในประเทศอังกฤษ พบว่า เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 6% ของสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งการแพร่ระบาดส่วนใหญ่ยังคงเป็นสายพันธุ์เดิม โดยกระทรวงสาธารณสุขมีระบบเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมตลอดเวลา ขอให้ประชาชนอย่ากังวล เนื่องจากองค์การอนามัยโลกยังไม่มีการยกระดับของสายพันธุ์ สำหรับไทยพบผู้ติดเชื้อจากสายพันธุ์เดลต้า พลัส เพียง 1 คน และไม่มีรายอื่นที่เกี่ยวเนื่อง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมแถลงข่าวประเด็นความคืบหน้าการเฝ้าระวังสายพันธุ์และกลายพันธุ์ COVID-19 ในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.)

ยังไม่ต้องมีความกังวลในแง่ความรุนแรงกว่าปกติหรือไม่ มีโอกาสดื้อยา ดื้อวัคซีนหรือไม่ สิ่งเหล่านั้นอยู่ในการจับตามองและหารายละเอียด

จังหวัดชายแดนใต้แนวโน้มป่วยเพิ่ม

สำหรับการติดเชื้อใน กทม. และปริมณฑล ขณะนี้ลดลงสอดคล้องกับภาพรรวมประเทศ พื้นที่ชายแดนใต้ยังมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 23% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง เร่งรัดการฉีดวัคซีน จัดทีมเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK เพื่อแยกผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว สีเหลือง และสีแดง เข้าสู่ระบบรักษา และเพิ่มจำนวนเตียงให้เพียงพอ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้นำศาสนาและประชาชนเป็นอย่างดี

เฝ้าระวังคลัสเตอร์งานศพ-เล่นน้ำท่วม

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า สาเหตุที่น่าสนใจของการติดและแพร่เชื้อ COVID-19 คือ กิจกรรมงานศพ ซึ่งกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เชิงรุก ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 19 ต.ค.2564 มีผู้ติดเชื้อ 747 คน เช่น จ.จันทบุรี มีผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับงานศพ 153 คน, อุบลราชธานี 119 คน, ปราจีนบุรี 79 คน, อุดรธานี 72 คน, สระแก้ว 39 คน โดยกิจกรรมเสี่ยง คือ การรับประทานอาหารร่วมกัน, การดื่มสุราและใช้แก้วน้ำร่วมกัน, สวมหน้ากากอนามัยผิดวิธีหรือไม่สวมหน้ากากอนามัย, เล่นพนัน, การพักค้างแรมร่วมกับเจ้าภาพ รวมถึงการเข้าร่วมงานทั้งที่มีอาการป่วย ขอให้ผู้ไปร่วมงานเว้นระยะห่าง ไม่ถอดหน้ากากอนามัย ไม่ควรดื่มสุราร่วมกันเพราะจะทำให้เกิดความใกล้ชิดและหย่อนยานการระมัดระวังตัวจนเกิดการแพร่กระจายเชื้อระหว่างพูดคุยหรือไอจามได้

 

นอกจากนี้ ในช่วงที่น้ำหลากอาจพบการติดเชื้อ COVID-19 เป็นกลุ่มก้อนจากการเล่นน้ำ เนื่องจากมีการใกล้ชิด พูดคุย สัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย หรือติดจากคนในครอบครัวที่ติดเชื้อแต่มีอาการน้อยและนำไปแพร่โรคได้

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-24 ต.ค.2564 สะสม 70,505,802 โดส ฉีดเข็มที่ 1 แล้วจำนวน 39,999,692 คน เข็มที่ 2 จำนวน 28,372,531 คน เข็ม 3 จำนวน 2,133,579 คน เฉพาะวันที่ 24 ต.ค. ฉีดได้เพิ่ม 226,178 โดส การฉีดวัคซีนในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว 17 จังหวัด ภาพรวมอยู่ที่ 76.2% โดย กทม.ฉีดได้เกิน 100% รองลงมาคือภูเก็ต 82.7% ชลบุรี 79.3% สมุทรปราการ 72.4% ส่วนจังหวัดอื่น ๆ เกิน 50% สำหรับการฉีดวัคซีนนักเรียนขณะนี้ได้ฉีดไปแล้ว 1,605,391 คน หากผู้ปกครองประสงค์ให้บุตรหลานฉีดวัคซีนเพิ่มเติมขอให้ติดต่อที่โรงเรียนเพื่อรวบรวมรายชื่อรับการจัดสรรวัคซีนต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน