จับ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกผู้เสียหายเพียบ สูญเงิน 2.4 ล้านบาท

จับ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกผู้เสียหายเพียบ สูญเงิน 2.4 ล้านบาท

จับ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกผู้เสียหายเพียบ สูญเงิน 2.4 ล้านบาท

รูปข่าว : จับ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกผู้เสียหายเพียบ สูญเงิน 2.4 ล้านบาท

ตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงผู้เสียหายหลายคน สูญเงินรวม 2.4 ล้านบาท พฤติกรรมโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่ง ใช้ไลน์ปลอมของ สภ.สร้างความน่าเชื่อถือ หลอกเกี่ยวข้องคดีฟอกเงินให้โอนเงินมาตรวจสอบ ก่อนปิดทุกช่องทางติดต่อ

วันนี้ (26 ต.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 3 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงผู้เสียหายหลายราย รวมความเสียหายกว่า 2.4 ล้านบาท

จากกรณีวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.เอ อายุ 39 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่โทรศัพท์มาหลอกลวงผู้เสียหายจนหลงเชื่อและให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี น.ส.สมศรี จำนวน 218,470 บาท เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย

การสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวเป็นการกระทำในลักษณะของแก็งคอลเซ็นเตอร์ เริ่มต้นผู้ก่อเหตุจะโทรหาผู้เสียหายและอ้างตนเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่ง DHL (สาขาเชียงใหม่) แล้วบอกกับผู้เสียหายว่า มีสินค้าจำพวก พาสปอร์ต บัตรเอทีเอ็ม และเสื้อผ้า ที่จะส่งไปยังประเทศจีนติดค้างอยู่ที่ด่านศุลกากรไม่สามารถขนส่งไปยังปลายทางได้ แต่ผู้เสียหายได้แจ้งกลับไปว่าไม่เคยมีการส่งสินค้าดังกล่าว ซึ่งผู้ก่อเหตุสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการแนะนำว่าสามารถโอนสายเพื่อติดต่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.อ. เป็นร้อยเวรของ สภ.เชียงใหม่ จากนั้นแนะนำให้แอดไลน์ของ สภ.เมืองเชียงใหม่ และพูดคุยผ่านไลน์ ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นไลน์ของจริง

 

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้สอบถามข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย และแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีการฟอกเงิน หากไม่อยากมีปัญหาจะให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบบัญชีของผู้เสียหาย โดยขอให้ผู้เสียหายแจ้งข้อมูลบัญชีทั้งหมดและยอดเงินในบัญชี ด้วยการกล่าวอ้างเรื่องการการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และบอกว่าจะส่งบัญชีของผู้เสียหายให้ ปปง.ตรวจสอบ อีกทั้งให้ผู้เสียหายโอนเงินทุกบัญชีไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อ น.ส.สมศรี เพื่อตรวจสอบว่าตรงกันหรือไหม่ โดยผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงและเพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์จึงได้ทำการโอนนไปยังบัญชีดังกล่าว ต่อมาผู้เสียหายเกิดความสงสัยจึงโทรกลับไปยังหมายเลขที่เคยติดต่อ แต่ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อได้

เบื้องต้นตำรวจได้ขอนุมัติศาลออกหมายจับ จำนวน 5 คน เป็นคนไทย 4 คน และชาวกัมพูชา 1 คน ขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน ได้แก่ นางสมศรี บุญเลี้ยง อายุ 61 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี (รับจ้างเปิดบัญชี) นายคงเดช งามขำ อายุ 22 ปี ชาว จ.ชลบุรี (รับจ้างเปิดบัญชี) นางพรพมล สุขสมจิตต์ อายุ 41 ปี ชาว กทม. (นายหน้าจัดหาคนเปิดบัญชี) และ น.ส.เสาวลักษณ์ หล่อทอง อายุ 26 ปี ชาว จ.สระแก้ว (คนจัดส่งบัญชีไปให้เครือข่ายที่ประเทศกัมพูชา) พร้อมกับข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง พร้อมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดี

 

กลับขึ้นด้านบน