จับชายลวงหญิงส่งภาพลามกอนาจาร-ขู่กรรโชกทรัพย์

จับชายลวงหญิงส่งภาพลามกอนาจาร-ขู่กรรโชกทรัพย์

จับชายลวงหญิงส่งภาพลามกอนาจาร-ขู่กรรโชกทรัพย์

รูปข่าว : จับชายลวงหญิงส่งภาพลามกอนาจาร-ขู่กรรโชกทรัพย์

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จับชายก่อเหตุหลอกลวงหญิงวัยรุ่น แลกเปลี่ยนภาพลามกอนาจาร โดยบันทึกภาพไว้ เพื่อนำมาข่มขู่ผู้เสียหาย ให้โอนเงินแลกกับการไม่เผยแพร่ภาพในสื่อสังคมออนไลน์

วันนี้ (3 พ.ย.2564) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและผู้ปกครองเด็กและเยาวชนหลายราย ผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก “กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์” ว่า มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมเป็นหญิงสาวสวยหน้าตาดี ติดต่อพูดคุยกับเหยื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก

เมื่อเหยื่อเริ่มคุ้นเคยก็จะชักชวนพูดคุยเรื่องลามกอนาจาร แล้วส่งภาพลามกอนาจารของหญิงสาวไปให้ แล้วชักชวนเหยื่อถ่ายภาพโป๊เปลือยโชว์ของสงวนของลับตนเองกลับมา

เมื่อเหยื่อซึ่งเป็นผู้เยาว์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้ส่งภาพโป๊เปลือยโชว์ของสงวนของลับตนเองกลับมา ก็จะบันทึกภาพนั้นไว้ แล้วนำมาข่มขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ ให้จ่ายเงิน มิฉะนั้นจะเผยแพร่ภาพของเหยื่อในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความเสียหายและอับอาย

ตั้งเฟซบุ๊กอวตาร 4 บัญชี

พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด พบว่าผู้ก่อเหตุสมัครใช้เฟซบุ๊กปลอม (เฟซอวตาร) จำนวน 4 บัญชี ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นภาพของหญิงสาวหน้าตาดี

โดยใช้ชื่อบัญชีว่า Punnapat ,Picrada ,ชลธิชา และแพรทอง จากนั้นจะใช้วิธีเลือกเหยื่อ

หากเหยื่อเป็นเด็กและเยาวชน จะใช้แอปพลิเคชัน “OMI” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับหาเพื่อนของกลุ่มวัยรุ่น ส่วนเหยื่อที่เป็นผู้ใหญ่จะเลือกหาเหยื่อผ่านเว็บไซต์ www.swinging.com โดยทำทีทักทายขอทำความรู้จักกับเหยื่อ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเข้าใจว่าเป็นหญิงสาว ก็จะมีการพูดคุย แลกเปลี่ยนส่งภาพลามกอนาจารระหว่างกัน จากนั้นคนร้ายก็จะบันทึกภาพนั้นไว้ แล้วนำมาข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงิน มิฉะนั้นจะประจานให้อับอาย โดยให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่แจ้ง

จากนั้นได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายธนกฤต หรือ โอ๊ต เมื่อตรวจสอบจากสื่อสังคมออนไลน์พบว่า เมื่อปี 2559 ได้ปรากฏมีผู้โพสต์ข้อความกล่าวถึงนายโอ๊ตว่า เป็นบุคคลมีพฤติการณ์ข่มขู่และกรรโชกทรัพย์เหยื่อในลักษณะเดียวกันนี้

นอกจากนั้น นายโอ๊ต ยังเคยมีประวัติต้องโทษในคดีอาญา ข้อหากรรโชกทรัพย์และยักยอกทรัพย์ รวม 3 คดี ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษในคดีกรรโชกทรัพย์ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2563 และกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

ตร.ออกหมายจับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา พิจารณาคำร้องโดยศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ที่ 1854 /2564 ลงวันที่ 1 พ.ย.2564 ในข้อกล่าวหา ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น ,ข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สาม ,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

โดยวันที่ 2 พ.ย.2564 พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ นำหมายจับเดินทางไปห้องพักไม่มีเลขที่ในซอยวัดสังเวช แขวงบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

และพบตัวนายโอ๊ต เดินอยู่ภายในซอยวัดสังเวช จึงแสดงหมายจับดังกล่าวให้ดูและยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน จึงนำตัวส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ หากผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนและประชาชนทั่วไป ที่ได้รับความเสียหาย ตกเป็นเหยื่อของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมทั้ง 4 บัญชีดังกล่าว สามารถเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์

หากมีเบาะแสหรือได้รับความเดือนร้อนสามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาได้ที่ สายด่วน 1191 หรือเพจเฟซบุ๊กกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน