เกษตรกรบางส่วนยังสับสน หลักเกณฑ์รับเงินประกันราคาข้าว

เกษตรกรบางส่วนยังสับสน หลักเกณฑ์รับเงินประกันราคาข้าว

เกษตรกรบางส่วนยังสับสน หลักเกณฑ์รับเงินประกันราคาข้าว

รูปข่าว : เกษตรกรบางส่วนยังสับสน หลักเกณฑ์รับเงินประกันราคาข้าว

วันแรก! โครงการรับประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจ่ายเงินส่วนต่างกว่า 500,000 คน โดยจะต้องเป็นเกษตรกรที่แจ้งเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ต.ค.แต่พบว่ายังมีเกษตรกรอีกหลายคนที่เข้าใจคาดเคลื่อนในหลักเกณฑ์ และนำสมุดบัญชีไปปรับยอดที่ ธ.ก.ส แต่ก็ผิดหวัง

วันนี้ (9 พ.ย.2564) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวใน อ.เมืองมหาสารคาม ทยอยนำสมุดบัญชีธนาคารมาปรับที่ตู้ปรับสมุดอัตโนมัติ เพื่อตรวจสอบยอดเงินในบัญชี หลังจากได้รับทราบข่าวสารว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ ธ.ก.ส.จะโอนเงินประกันราคาข้าวให้กับเกษตร


นางพรทิพย์ พรมขันธ์ เกษตรชาวบ้านเขวา ตั้งใจมาตรวจสอบบัญชีเพื่อจะนำเงินไปใช้จ่าย แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเข้าใจผิดว่าจะได้รับเงิน วันนี้ เพราะลงทะเบียนเก็บเกี่ยวไว้ในช่วงปลายเดือน ต.ค.

นายศุภกร จันทรสภณ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการสำนักงานเกษตร จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ทางจังหวัดฯ มีพื้นที่นาข้าว 2,100,000 ไร่ ส่วนเกษตรกรได้ลงทะเบียนเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือน 15 ต.ค.ถึง ธ.ค.2564 ในวันนี้ จำนวน 1,218 คน เป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ส่วนรอบถัดไป เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบเป็นรอบ ๆ


ส่วนที่ ธ.ก.ส. สาขาสูงเนิน จ.นครราชสีมา เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ลงทะเบียนเก็บเกี่ยวภายในวันที่ 15 ต.ค. กว่า 200 คน ทยอยมาตรวจสอบและถอนเงินไปใช้จ่าย ซึ่งมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับเงินกว่า 1,500 คน เช่นเดียวกับ จ.สิงห์บุรี ที่มีชาวนาจำนวน 963 คน ได้รับเงินในวันแรกนี้ด้วย

สำหรับโครงการประกันรายได้ข้าวในปีที่ 3 นี้ รัฐบาลตั้งวงเงินไว้กว่า 89,000 ล้านบาท งวดแรกจ่ายสำหรับผู้ลงทะเบียนว่าเก็บเกี่ยวก่อน 15 ต.ค.2564 ครม.อนุมัติแล้ว 13,200 ล้านบาท แต่ยังมีงวดอื่น ๆ ที่เหลือ อีกประมาณ 76,000 ล้านบาท ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะจ่ายได้หรือไม่ อาจรวมไปถึงเงินช่วยเหลือต้นทุนไร่ละ 1,000 บาทด้วย


ขณะที่ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระบุว่า ธ.ก.ส.ได้โอนเงินให้เกษตรกรแล้วจำนวน กว่า 500,000 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 11,000 ล้านบาท แต่หากจะมีการจ่ายเพิ่มเติมกระทรวงพาณิชย์ จะต้องไปดำเนินการเรื่องกรอบวงเงิน และเสนอเข้า ครม.อีกครั้ง


ทั้งนี้ การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างประกันรายได้เกษตรกรชาวนา กระจายไปทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่มาก น่าจะจ่ายเงินได้มากขึ้นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน หรือ รอบ 2 และ 3

 

กลับขึ้นด้านบน