ศาลฯพิจารณาคดี 3 ส.ส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน

ศาลฯพิจารณาคดี 3 ส.ส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน

ศาลฯพิจารณาคดี 3 ส.ส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน

รูปข่าว : ศาลฯพิจารณาคดี 3 ส.ส.ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน

ศาลฎีกาพิจารณาคดีนัดแรกคดีจริยธรรม 3 ส.ส.ภูมิใจไทย ปมเสียบบัตรแทนกัน ยกคำร้อง "ฉลอง-ภูมิศิษฏ์" ขอคัดค้าน ด้าน "นาที" ยันไม่หวั่น แม้โดนคดีอาญาเดินหน้าลงพื้นที่ต่อเนื่อง

วันนี้ (12 พ.ย.2564) ศาลฎีกานัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยื่นร้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และ นางนาที รัชกิจประการ เมื่อครั้งเป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กรณีถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

โดยการพิจารณาวันนี้ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการพิจารณาคดี ขอให้ศาลงดการพิจารณาคดีไว้ก่อน เนื่องจากคดีนี้ มีคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 172 และส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดแล้ว จึงขอให้ศาลรอคำพิพากษา ในคดีอาญาก่อน

ทั้งนี้ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อัยการสูงสุดยังไม่มีความเห็นคำสั่งฟ้องในคดีอาญา จึงยังไม่เป็นเหตุให้ระงับการพิจารณาการพิจารณาคดีตามที่จำเลยยื่นคำร้อง และมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และนัดตรวจพยานคู่ความ 10 มีนาคม 2565 โดนให้คู่ความยื่นบัญชีพยานและคำขอโต้แย้ง ก่อนวันนัดตรวจพยานอย่างน้อย 14 วัน พร้อมกับคดีของนางนาที รัชกิจประการ

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 8-10 ม.ค.2563 และลงมติ วันที่ 11 ม.ค.2563

กรณีของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ถูกกล่าวหาว่าระหว่างวันที่ 10 -13 ม.ค.2563 ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ที่ จ.พัทลุง แต่กลับปรากฏชื่อนายฉลองลงมติร่าง พ.ร.บ. หลายมาตรา ในวันที่ 11 ม.ค.2563

ส่วนนายภูมิศิษฏ์ คงมี ถูกกล่าวหาว่า เดินทางไป จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 10-11 ม.ค.2563 แต่กลับปรากฏชื่อนายภูมิศิษฏ์ แสดงตนและลงมติร่างพระราชบัญญัติในวันที่ 10- 11 ม.ค.2563

ขณะที่นางนาที รัชกิจประการ เมื่อครั้งยังเป็น ส.ส. ถูกกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ช่วงบ่าย นางนาที เดินทางไปต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 11–15 ม.ค.2563 แต่กลับปรากฏชื่อนางนาที ร่วมแสดงตนและลงมติร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวในวันที่ 11 ม.ค. จนถึงช่วงบ่าย ทั้งที่ได้เดินทางไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ภายหลังพิจารณาคดีนางนาที ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าการลงมติในวันดังกล่าว ได้ลงมติด้วยตนเอง แต่เป็นการลงมติก่อนเดินทาง ไปต่างประเทศในช่วงเที่ยงของวันที่ 11 ม.ค. แต่ถูกกล่าวหา เพราะเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ที่ตนจะลงมติในช่วงเที่ยง ก่อนที่จะเดินทางในช่วงบ่าย เพราะต้องใช้เวลาในการเช็กอิน โดยนางนาทีชี้แจงว่า เนื่องจากเป็นการเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ ในต่างประเทศ การเช็กอินที่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ไปเช็กอินก่อนล่วงหน้า ไม่ได้เป็นการไปเช็กอินด้วยตนเอง จึงมีเวลาเพียงพอที่จะลงมติได้ก่อนเดินทาง

นางนาที ยืนยันว่าคดีนี้แม้จะถูกฟ้องในคดีอาญาควบคู่ด้วย แต่ก็ไม่มีความกังวลเพราะจะต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริง และเชื่อว่าคดีนี้จะไม่ส่งผลต่อฐานเสียงในพื้นที่ เพราะระหว่างหยุดปฎิบัติหน้าที่ ยังคงลงพื้นที่ ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ยอมรับว่า ได้ลงพื้นที่ตามที่ถูกกล่าวหาจริง แต่ระหว่างลงพื้นที่ได้ลืมบัตรแสดงตน ไว้แต่ไม่รู้ว่ามีผู้ใดนำบัตรไปใช้ในการลงมติแทนหรือไม่ ส่วนจะเป็นการกันแกล้งกันหรือไม่นั้นยังไม่ขอสรุป แต่ยืนยันว่า ตนเองรู้ข้อกฎหมาย ว่าหากฝากบัตรไว้จะมีความผิดและไม่มีความจำเป็นต้องฝากบัตรไว้ เพราะการพิจารณางบประมาณเสียงฝ่ายรัฐบาลชนะท่วมท้นอยู่แล้วยืนยันว่ากรณีของตนมีหลักฐานกล้องวงจรปิดจากสภาที่จะใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดี

เช่นกับนายภูมิศิษฏ์ คงมี ชี้แจงว่า ได้ลืมบัตรไว้ในห้องประชุมเช่นกัน แต่การลงมติวันสุดท้ายตนได้เดินทางกลับมาลงมติด้วยตนเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาคดีคดีมนวันนี้ มีชาวบ้านและนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ ได้มามอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจ ให้กับทั้ง3 คนด้วย

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน