น้ำเริ่มท่วมชุมชนรอบตัวเมืองนครศรีธรรมราช

น้ำเริ่มท่วมชุมชนรอบตัวเมืองนครศรีธรรมราช

น้ำเริ่มท่วมชุมชนรอบตัวเมืองนครศรีธรรมราช

รูปข่าว : น้ำเริ่มท่วมชุมชนรอบตัวเมืองนครศรีธรรมราช

ปภ.รายงานยังคงมีน้ำท่วมใน 9 จังหวัด ที่ จ.นครศรีธรรมราช น้ำป่าเริ่มหลากล้นตลิ่งลำคลองสายหลักเข้าท่วมชุมชนชานเมือง รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตร

วันนี้ (26 พ.ย.2564) ชุมชน ต.มะม่วงสองต้น ชุมชนนาป่า ต.ไชยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เริ่มมีน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ หลัง 2 วันที่ผ่านมา ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวาน (25 พ.ย.) ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าไหลหลากจากต้นน้ำท่าดี ในเขตเทือกเขาหลวง อ.ลานสกา

โดยปริมาณน้ำป่าที่หลากลงมาไหลผ่านคลองท่าใหญ่ เข้าสู่คลองท่าดี เข้าสู่ ต.กำแพงเซา ต.ไชยมนตรี และ ต.มะม่วงสองต้น ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตร

สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ริมธารเชิงเขา ตลอดแนวเทือกเขาหลวง เพิ่มความระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากจากภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เศรษฐกิจ อ.ท่าชนะ

ด้านเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกรมชลประทาน เร่งผลักดันน้ำในคลองท่าท่วง ที่รับน้ำต่อมาจากคลองท่าชนะ ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ ต.ท่าชนะ และ ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยผลักดันน้ำออกสู่ทะเล ระบายน้ำออกจากพื้นที่ในเขตตลาดให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสียหายจากน้ำที่ท่วม ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา หลายหน่วยงานเร่งให้การช่วยเหลือ ทั้งการขนย้ายสิ่งของ และเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วม

สถานการณ์ล่าสุดในหลายพื้นที่ ฝนลดระดับลงทิ้งช่วงนาน แต่ยังมีฝนเป็นระยะท้องฟ้ามืดครึ้ม จ.สุราษฎร์ธานี แจ้งฝนตกหนักและคลื่นลมแรงไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.นี้

ปภ.รายงานยังคงน้ำท่วมใน 9 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยในห้วงวันที่ 23 – 26 พ.ย.2564 พื้นที่ภาคใต้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช

ขณะที่อิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก พายุคมปาซุและร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-26 พ.ย.2564 ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม รวม 15 อำเภอ 133 ตำบล 884 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45,475 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ 

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ในห้วงวันที่ 23–26 พ.ย. 64 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉบับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,448 ครัวเรือน

ปัจจุบันสถานการณคลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จ.พัทลุง และเพชรบุรี ยังคงมีสถานการณ์ใน 4 จังหวัด ดังนี้

1. ประจวบคีรีขันธ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอหัวหิน รวม 10 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 827 ครัวเรือน

2. ชุมพร น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหลังสวน รวม 13 ตำบล 84 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผกระทบ 2,112 ครัวเรือน

3. สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะพะงัน อำเภอพระแสง อำเภอคียนซา อำเภอเวียงสระ และอำเภอท่าชนะ รวม 13 ตำบล 29 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 494 ครัวเรือน

4. นครศรีธรรมราช น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสิชล อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา อำเภอขนอม อำเภอพิปูน อำเภอฉวาง และอำเภอทุ่งสง รวม 14 ตำบล 26 หมู่บ้าน

ผลกระทบ "เตี้ยนหมู่-ไลออนร็อก-คมปาซุ"

ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก พายุคมปาซุ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. – 24 พ.ย.2564 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม ประชาชนได้รับผลกระทบ 45,475 ครัวเรือน โดยภาพรวมระดับน้ำลดลงต่อเนื่องแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ดังนี้

1. อุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ รวม 4 ตำบล23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 573 ครัวเรือน

2. สุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอบางปลาม้า รวม 28 ตำบล 267 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,053 ครัวเรือน

3. พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอลาดบัวหลวง รวม 34 ตำบล 198 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,120 ครัวเรือน

4. ปทุมธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก รวม 21 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,301 ครัวเรือน

5. นครปฐม ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน อำเภอกำแพงแสน และอำเภอดอนตูม รวม 46 ตำบล 335 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,428 ครัวเรือน

 

 

 

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน