ป.ป.ช.ยโสธร เร่งตรวจสอบ ถนนสุดทางกลางทุ่งนา

ป.ป.ช.ยโสธร เร่งตรวจสอบ ถนนสุดทางกลางทุ่งนา

ป.ป.ช.ยโสธร เร่งตรวจสอบ ถนนสุดทางกลางทุ่งนา

รูปข่าว : ป.ป.ช.ยโสธร เร่งตรวจสอบ ถนนสุดทางกลางทุ่งนา

ป.ป.ช.จังหวัดยโสธร ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนลาดยาง พร้อมระบบไฟส่องสว่างโซลาเซลล์ ระยะทางกว่า 1.7 กม. หลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่า ถนนเส้นดังกล่าวไปก่อสร้างอยู่กลางทุ่งนาไม่ได้เชื่อมต่อหมู่บ้านและเป็นทางตันแต่ไม่ทราบว่าเป็นของหน่วยงานไหนที่เข้าไปดำเนินการก่อสร้าง

วันนี้ (27 พ.ย.2564) นายอดุลย์ วันดี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดยโสธร หรือ ป.ป.ช.พร้อมด้วยชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดยโสธร ได้ลงพื้นที่บริเวณกลางทุ่งนาพื้นที่บ้านเหมือด ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร เพื่อตรวจสอบถนนลาดยางเรียบคลองชลประทานพร้อมระบบไฟส่องสว่างโซลาเซลล์

หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพบถนนเส้นดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างอยู่กลางทุ่งนาที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับหมู่บ้าน และยังเป็นทางตันไปสิ้นสุดอยู่กลางทุ่งนาไม่สามารถที่จะไปต่อได้ ที่สำคัญยังมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างข้างทางที่เป็นโซลาเซลล์ตลอดแนวซึ่งไม่มีความจำเป็น เนื่องจากอยู่กลางทุ่งชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์ อีกทั้งแสงสว่างจากไฟส่องสว่างข้างทางยังส่งผลเสียต่อการออกรวงของนาข้าวต้นข้าวไม่ออกรวงหรือออกรวงช้า

จากการตรวจสอบพบว่า ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนลาดยางผิวถนนกว้างประมาณ 5 ม.เป็นระยะทางยาวประมาณ 1,700 ม. และมีระบบไฟส่องสว่างข้างทางโซลาเซลล์ตลอดแนว จำนวนกว่า 30 ต้น ก่อสร้างตามแนวเรียบคลองส่งน้ำซึ่งอยู่กลางทุ่งนาไม่ได้เชื่อมต่อกับหมู่บ้านและยังเป็นทางตันไปต่อไม่ได้เนื่องจากเป็นพื้นที่นาข้าวของชาวบ้าน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นของหน่วยงานใดที่เข้าไปดำเนินการก่อสร้างแต่พบว่า มีป้ายประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงชนบทติดตั้งอยู่ด้วย โดยมีตัวแทนจากแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดยโสธร,ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลฟ้าหยาดและผู้นำชุมชนในพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบด้วย

ตัวแทนจากแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดยโสธรยืนยันว่า ถนนเส้นดังกล่าวทางหลวงชนบทไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างเนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่รับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทและโครงการฯของแขวงทางหลวงชนบทจะไม่มีระบบไฟส่องสว่างข้างทางที่เป็นโซลาเซลล์

ส่วนที่มีป้ายประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท ติดตั้งอยู่ตรวจสอบแล้วเป็นป้ายลอกเลียนแบบซึ่งถ้าเป็นของทางหลวงชนบทจริงต้องมีตราประทับสัญลักษณ์ของทางหลวงชนบทอยู่ด้านหลังป้ายทุกแผ่น

ขณะที่ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลฟ้าหยาด เจ้าของพื้นที่ก็ยืนยันว่า อบต.ฟ้าหยาด ไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างและไม่ทราบว่าใครเป็นคนดำเนินการก่อสร้างก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีหน่วยงานไหนเข้าไปขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่แต่อย่างใด โดยทาง ป.ป.ช.ได้โทรศัพท์สอบถามไปยังโครงการชลประทานจังหวัดยโสธรก็ได้รับคำยืนยันว่าไม่ได้เป็นโครงการฯของชลประทานแต่อย่างใด

 

จากการสอบถาม นายรัฐศาสตร์ บุญโสม ผู้ใหญ่บ้านบ้านเหมือด ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างถนนเส้นดังกล่าวเพราะไม่เคยมีหน่วยงานใดแจ้งให้ตนทราบมาก่อนเห็น เพียงมีผู้รับเหมาเข้าไปดำเนินการก่อสร้างเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วโดยดำเนินการก่อสร้างอยู่ประมาณ 20-30 วัน ก็แล้วเสร็จ

 

คาดว่าน่าจะเป็นของหน่วยงานชลประทานเนื่องจากเป็นถนนเรียบคลองส่งน้ำแต่จริง ๆ แล้วถนนเส้นนี้ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านมากนัก เนื่องจากอยู่กลางทุ่งและเป็นทางตันโดยเฉพาะการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างข้างทางที่ไม่มีความจำเป็นเลยเพราะแสงไฟส่งผลกระทบต่อนาข้าวของชาวบ้านทำให้ต้นข้าวไม่ออกรวง และคลองส่งน้ำดังกล่าวก็ใช้งานจริงไม่ได้เนื่องจากน้ำไม่สามารถไหลมาถึงบริเวณดังกล่าวได้เพราะสถานีสูบน้ำที่สูบน้ำจากแม่น้ำชีที่อยู่ไกลคนละตำบลจึงทำให้น้ำไม่ไหลมาถึงจุดปลายคลองส่งน้ำดังกล่าว

 

เช่นเดียวกันกับ นายทองนาค ไชยราช ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ถนนเส้นนี้ไม่เกิดประโยชน์กับชาวบ้านเลยและสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์เนื่องจากอยู่กลางทุ่งนาไม่ได้เชื่อมหมู่บ้านและเป็นทางตันมิหนำซ้ำยังเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นในช่วงกลางคืนมักจะนัดกันไปแข่งรถจักรยานยนต์อยู่เป็นประจำ

 

ด้านนายอดุลย์ วันดี ผอ.ป.ป.ช.จังหวัดยโสธร กล่าวว่า เนื่องจากตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีถนนที่ก่อสร้างอยู่กลางทุ่งนาและเป็นทางตัน พร้อมระบบไฟส่องสว่างโซลาเซลล์อยู่จำนวนหลายต้น จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมด้วยชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดยโสธรในวันนี้

จากการตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นถนนลาดยางอย่างดีพร้อมระบบไฟส่องสว่างโซลาเซลล์ที่อยู่กลางทุ่งนาและเป็นทางตัน แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและก่อสร้างด้วยงบประมาณเท่าใด เพราะจากการสอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ก็ยังไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นของตนเอง ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะได้สืบสวนต่อไปว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเพื่อจะได้ตรวจสอบต่อไปว่าใช้งบประมาณแผ่นดินถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน