กาฬสินธุ์เลี้ยงกบในป่ายางพาราสร้างรายได้ทั้งปี

กาฬสินธุ์เลี้ยงกบในป่ายางพาราสร้างรายได้ทั้งปี

กาฬสินธุ์เลี้ยงกบในป่ายางพาราสร้างรายได้ทั้งปี

รูปข่าว : กาฬสินธุ์เลี้ยงกบในป่ายางพาราสร้างรายได้ทั้งปี

ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง อ.สหัสขันธ์ เปิดตัวฟาร์มเลี้ยงกบนาในป่ายางพารา ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ลดรายจ่าย อีกหนึ่งทางเลือกเกษตรกรสู้วิกฤติโควิด-19 ขายกบเนื้อ และพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี

สวนยางพารา ของนางบุญโฮม ปรีจิตต์ และนายพิเชษฐ์ ปรีจิตต์ เกษตรกรบ้านศรีสมบูรณ์ หมู่ที่ 4 ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

 

นายพิเชษฐ์ บอกว่า มีความสนใจจะเลี้ยงกบนา จึงเข้าไปปรึกษาประมงอำเภอสหัสขันธ์ จากนั้นได้ลงพื้นที่ศึกษาตามจุดเรียนรู้แหล่งต่างๆ จนมีแนวความคิดที่จะเลี้ยงในบ่อดิน เพราะไม่อยากสิ้นเปลืองในการก่อสร้างโรงเรือน และมีความต้องการเลี้ยงแบบธรรมชาติมากกว่า

จึงได้ประยุกต์เอาพื้นที่ว่างเปล่าในป่าย่าง มาขุดบ่อลึก 1.20 เมตร ยาว 10 เมตร จำนวน 3 บ่อ รอบปากบ่อใช้มุ้งเขียวมุงรอบ ใช้ผ้าสแลนสีดำปิดปากบ่อโดยใช้ไม้ไผ่ที่หาง่าย เป็นแนวหลักเสริมความแข็งแกร่งของบ่อเลี้ยง ในการลงทุนครั้งแรกมีค่าใช้จ่ายไม่ถึง 3,000 บาท

 

ส่วนระบบน้ำได้ใช้น้ำบ่อบาดาลสูบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ปล่อยระบายน้ำเข้า-ออกบ่อเลี้ยงกบ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยเริ่มต้นเลี้ยงมา 4 เดือน

ขณะนี้สามารถจับกบจำหน่ายได้แล้ว รุ่น 4-6 ตัว ต่อ 1 กก. ขายที่กิโลกรัมละ 100-120 บาท ตามขนาดของกบ นอกจากจะขายกบเนื้อแล้ว ยังเริ่มเรียนรู้เพาะพันธุ์ลูกกบจำหน่าย และขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบด้วย ทำให้มีรายได้หมุนเวียนตลอด

 

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกครัวเรือน การออกไปรับจ้างทำงานอาจจะเสี่ยงสูง จึงหันมาทำสวนทำนา ทำไร่ ที่บ้าน โชคดีมีที่ดินทำกิน 15 ไร่ เป็นสวนยางพารา 12ไร่ พื้นที่โคกหนองนา 3 ไร่ พื้นที่เลี้ยงกบนา อยู่ในป่ายาง โดยใช้ช่องว่างระหว่างต้นยางพารา เป็นบ่อขุด

 

นอกจากจะอาศัยร่มเงา ความเย็นสบายในป่ายางเลี้ยงกบนาได้ดีไม่ร้อน ป่ายางก็จะได้ความชุ่มชื้นจากบ่อกบ หล่อเลี้ยงกันและกัน ซึ่งเป็นการผสมผสานและใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า สำหรับเกษตรกรที่สนใจอเรียนรู้ได้ทุกวัน ที่บ้านศรีสมบูรณ์ ตำบลนิคม อำเภอสหัสขันธ์

 

กลับขึ้นด้านบน