ภารกิจต้อน "เสือวิจิตร" กลับป่า นักวิจัยแนะชาวบ้านใช้ชีวิตปกติ

ภารกิจต้อน "เสือวิจิตร" กลับป่า นักวิจัยแนะชาวบ้านใช้ชีวิตปกติ

ภารกิจต้อน "เสือวิจิตร" กลับป่า นักวิจัยแนะชาวบ้านใช้ชีวิตปกติ

รูปข่าว : ภารกิจต้อน "เสือวิจิตร" กลับป่า นักวิจัยแนะชาวบ้านใช้ชีวิตปกติ

ทีมวิจัยเสือโคร่ง "วิจิตร" ทำความเข้าใจผู้นำชุมชนขอบป่าแม่วงก์ หลังยังกังวลเสือวกกลับเข้าพื้นที่ชุมชน ยืนยันมีโอกาสน้อยมากเผชิญหน้าเสือโคร่งระยะประชิด พร้อมจัดทีมสะกดรอยในป่าแม่วงก์ 1 ชุด ลาดตระเวนรอบนอก 1 ชุด อย่างน้อย 2 วัน

วันนี้ (6 ธ.ค.2564) นางอัจฉรา ซิ้มเจริญ นักวิจัยจากโครงการวิจัยติดตามพฤติกรรมของโครงการ Thailand Tiger Project DNP หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เข้าพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนบ้านเพชรเจริญ ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ต.ปางตาไว เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย และสร้างความเข้าใจพฤติกรรมเสือวิจิตร หลังพบรอยตีน ยืนยันว่าเดินเข้าผืนป่าแม่วงก์แล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้

 

นักวิจัยฯ กล่าวว่า เมื่อเสือวิจิตรเดินเข้ามาชุมชนแล้วเห็นว่าไม่มีป่า ไม่เหมาะสมกับการเป็นที่อยู่อาศัย จึงเดินกลับเข้าป่า พร้อมขอความร่วมฝ่ายปกครอง หากพบเห็นรอยตีน อย่าตื่นเต้นตกใจ และใช้ชีวิตอย่างปกติ ส่วนช่วงเวลากลางคืนหากมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง หรือปศุสัตว์ ขอให้ก่อกองไฟ หรือเปิดไฟให้แสงสว่าง

 

นางอัจฉรา ยืนยันว่ามีโอกาสน้อยมากที่เสือจะทำร้ายมนุษย์ หากไม่ได้ทำอะไรให้เสือตกใจ หรือกดดัน แทบไม่มีโอกาสได้พบเจอเสือโคร่งในระยะประชิด เพราะเมื่อเสือรู้ หรือได้กลิ่นคนแล้วก็จะหันหลังหนีไปทันที

นอกจากนี้ นักวิจัยยังแนะนำว่าหากเจอเสือ หรือพบร่องรอย ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ใช้ไฟเพียงดวงเดียว แทนการใช้วิธีการตีวงล้อม เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและเสือ รวมทั้งป้องกันเสือตกใจและเครียด จนแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว

นักวิจัยมีเครื่องมือที่ตามไปได้ใกล้จะถึงตัวเสือ แต่ก็ยังไม่เจอ มีโอกาสน้อยมากที่เขาจะมาเผชิญหน้ากับคน

นอกจากนี้ วางแผนให้เจ้าหน้าที่จัดทีมลาดตระเวนในเส้นทางรอบชุมชน รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตามรอยเสือวิจิตรในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ แบบเว้นระยะห่าง อีก 2 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้าน และบล็อกเส้นทางไม่ได้เสือเดินย้อนออกมาเข้ามาในชุมชน

 

ขณะที่นายวิรัตน์ โสพิมพา ผู้ใหญ่บ้านเพชรเจริญ ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า ถึงแม้จะรู้ว่าเสือวิจิตร ผ่านเข้าป่าแม่วงก์ไปแล้ว แต่ยอมรับว่ายังไม่สบายใจ เพราะถ้าเสือเข้าไปแล้วไม่มีอาหาร ห่วงว่าเสือจะย้อนกลับออกมาอีก

จากจุดเสือกลับเข้าป่าแม่วงก์เข้าไปห่างจากหมู่บ้านเพียง 300 เมตร และเป็นชุมชนใหญ่ 300 ครัวเรือน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ต้อนเสือเข้าป่าลึก จะได้ไม่วกกลับมา

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ 2 ปี เคยมีเสือเข้าในไร่มันของชาวบ้าน แต่ไม่ชัดว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวบ้านต้องมาทำไร่มัน ไร่อ้อย ที่มีแนวพื้นที่ติดกับขอบป่าแม่วงก์ จึงยังกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย

นักวิจัยได้เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจว่าไม่ให้กังวล และขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ถ้าพบความผิดปกติ ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าเอง จะจัดชุดเฝ้าระวัง 2 ชั้น ลาดตระเวนทั้งในป่า และแนวชุมชนต่อเนื่องอีก 2 วัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเสือจะไม่กลับมา

 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สำรวจพบว่าแถวพื้นที่วัดเขาเทพนิมิตร มีชุมชนหนาแน่น เนื่องจากพื้นที่มีไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลัง ชึ่งในช่วงนี้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต และบางส่วนก็เริ่มปักกล้ามันสำปะหลังแล้ว ทำให้ต้องการความปลอดภัยในการเข้าพื้นที่เกษตร

"เสือวิจิตร" เป็นเสือโคร่งตัวผู้ อายุ 4 ปี ในป่าห้วยขาแข้ง เป็นเสือวัยรุ่นตัวแรกที่ติดปลอกคอเพื่อติดตามพฤติกรรมการหากินและการอยู่อาศัย ตั้งแต่ปี 2562 โดยนักวิจัยในโครงการ Thailand Tiger Project DNP

"เสือวิจิตร" เป็นลูก 1 ใน 3 ตัวของ "พ่อธนกร" และ "แม่เอื้อง” แห่งหุบเขานางรำ มีพี่น้องชื่ออภิญญา และผกา

โดยชื่อทั้งหมดถูกตั้งโดยนักวิจัยในโครงการ Thailand Tiger Project DNP ที่พบครอบครัวเสือดังกล่าวและเฝ้าดูพฤติกรรมจนถึงปัจจุบัน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนยัน "เสือวิจิตร" เดินกลับเข้าป่าแม่วงก์แล้ว หลังออกมาเที่ยว 7 วัน

พบรอยตีน "เสือวิจิตร" เสือหนุ่มหนีเที่ยว ใกล้ขอบป่าแม่วงก์

พบรอยตีน "เสือวิจิตร" ใกล้ป่าแม่วงก์ 4 กม.

วันนี้ยังไม่พบสัญญาณ "เสือวิจิตร" จนท.ควานทั่วรัศมี 10 กม.

ชาวบ้านกังวล “เสือวิจิตร” ไม่กล้าออกกรีดยางสูญรายได้วันละ 2,000 บาท 

สัญญาณดี! พบพิกัดล่าสุด “เสือวิจิตร” ขยับใกล้แนวป่า

วอนอย่าสร้างภาพลบ "เสือวิจิตร" อุทยานฯ เร่งค้นหา หวั่นถูกฆ่า

เสือโคร่ง "วิจิตร" ออกจากป่าห้วยขาแข้ง 3 วัน ล่าสุดยังหาตัวไม่เจอ 

กลับขึ้นด้านบน