อย่าลืมใช้! คนละครึ่งเฟส 3 หมดเขต 31 ธ.ค. คลังไม่มีแผนขยายเวลา

อย่าลืมใช้! คนละครึ่งเฟส 3 หมดเขต 31 ธ.ค. คลังไม่มีแผนขยายเวลา

อย่าลืมใช้! คนละครึ่งเฟส 3 หมดเขต 31 ธ.ค. คลังไม่มีแผนขยายเวลา

รูปข่าว : อย่าลืมใช้! คนละครึ่งเฟส 3 หมดเขต 31 ธ.ค. คลังไม่มีแผนขยายเวลา

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุกระทรวงการคลังไม่มีแผนยืดระยะเวลาใช้จ่าย "คนละครึ่ง" เฟส 3 ออกไป แม้ยังมีผู้มีสิทธิที่เหลือวงเงินอยู่จำนวนมาก ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควรมาในเวลาที่เหมาะสมจึงจะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

วันนี้ (6 ธ.ค.2564) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าจากข้อมูลล่าสุด โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมกว่า 26 ล้านคน จากผู้ได้รับสิทธิ 27 ล้านคน มียอดการใช้จ่ายสะสม 184,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 93,900 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 90,800 ล้านบาท โดยการใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 ในครั้งนี้ จะหมดเขตในวันที่ 31 ธ.ค.2564

 


หากแบ่งประเภทการใช้จ่าย พบว่า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด หรือ อยู่ที่ 73,000 ล้านบาท รองลงมา เป็นร้านค้าทั่วไป 69,000 ล้านบาท และร้านธงฟ้า ประมาณ 30,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายพรชัย ระบุว่า กระทรวงการคลัง ยังไม่มีแผนยืดระยะเวลาการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ออกไป แม้ยอดการใช้จ่ายของผู้มีสิทธิในโครงการจะไม่เต็มวงเงินที่รัฐบาลออกให้ และยังมีผู้มีสิทธิที่เหลือวงเงินอยู่จำนวนมาก

ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะไม่ปรับรูปแบบโครงการเพื่อเร่งให้เกิดการใช้จ่าย เช่น ปรับให้โครงการมีการใช้จ่ายเหมือนกับโครงการเราชนะ ที่ผู้มีสิทธิสามารถใช้จ่ายได้เต็มวงเงิน เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

แนะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมาให้ถูกเวลา

รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ระบุว่า การอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของรัฐบาล ต้องเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้มาตรการเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ขณะนี้ เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจาก โอมิครอน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่


ขณะที่ พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย บอกตรงกันว่า แม้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่หากเศรษฐกิจซบเซา มาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ก็ไม่มีผลมากนัก


ส่วนภาคธุรกิจ มองว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชน รัฐจึงควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนหน้านี้นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เสนอให้ภาครัฐขยายวงเงิน โครงการคนละครึ่ง อีกคนละ 3,000 บาท เพื่อให้มีเม็ดเงินกระตุ้น เศรษฐกิจ 90,000 ล้านบาท 

 

 

กลับขึ้นด้านบน