เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี พลิกโฉม "พัทยา" สู่เมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคต

เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี พลิกโฉม "พัทยา" สู่เมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคต

เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี พลิกโฉม "พัทยา" สู่เมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคต

รูปข่าว : เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี พลิกโฉม "พัทยา" สู่เมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคต

นายกเมืองพัทยา ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ 5 ปี พลิกโฉมพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคต เพิ่มทักษะอาชีพทางเลือกในโลกยุคดิจิทัล เมืองสุขภาพนานาชาติบริการแบบ Wellness พร้อมปรับสไตล์การบริหารเมืองพัทยาเป็นองค์กรทันสมัยและประสิทธิภาพสูง

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เมืองพัทยาได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา จัดทำ “แผนพัฒนาเมืองพัทยา พ.ศ.2566-2570” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ยกระดับบุคลากรเข้าสู่ยุดใหม่หลังโควิด-19 ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกมิติ ทั้งสุขภาพ การศึกษา สังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มีทางเลือกประกอบอาชีพนอกเหนือจากธุรกิจท่องเที่ยว และใช้ระบบดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการบริการ

“ผลจากโควิดทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวขนานใหญ่ แต่ก็นับว่า สอดรับพอดีกับแนวทาง NEO PATTAYA ที่เราเริ่มมาแล้ว 3 ปี เพื่อปรับใหญ่ให้พัทยามีภูมิคุ้มกัน ยืนได้อย่างมั่นคงในอนาคต ฉะนั้นในการจัดทำแผนพัฒนาเมืองพัทยาระยะ 5 ปีจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมกันคิด ซึ่งสรุปได้ว่าเรามุ่งโครงการที่มีศักยภาพสูงเป็นเรือธงรองรับการเป็นศูนย์กลาง EEC การท่องเที่ยว การใช้ชีวิตแบบพหุวัฒนธรรม ทำให้พัทยาเป็นเมืองแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจชั้นนำระดับนานาชาติอีกครั้ง”

 

นายสนธยา กล่าวว่าปัจจัยความท้าทายที่สำคัญของพัทยาที่นำมาพิจารณาจัดทำแผนมี 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) การที่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ 2) ตลาดท่องเที่ยวที่หันไปหาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม 3) การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล 4)ความก้าวหน้าของ eec ที่มีผลต่อเมืองพัทยา และ 5) ความสามารถของประชากรพัทยาในการปรับตัวรับสิ่งใหม่

ดังนั้นแผนพัฒนาเมืองพัทยา พ.ศ.2566-2570 จึงประกอบด้วย 5 งานหลัก ได้แก่ 1. ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและความปลอดภัยสำหรับทุกคน 2. ยกระดับประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EEC 3.ส่งเสริมนวัตกรรมทางเศรษฐกิจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 5. การยกระดับการบริหารเมืองพัทยาเป็นองค์กรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง

 

ในส่วนแผนปฏิบัติการจะมีทั้งเชิงรุกและเชิงรับด้วยงบประมาณที่จำกัดแต่มีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนแม่บทการท่องเที่ยว และแผนการขยายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่

1.แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาทิ การเร่งส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในประเทศโดยกำหนดให้มีกิจกรรมการตลาดทุกเดือน พัฒนาแพลตฟอร์มการตลาดให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ยกระดับตลาดชุมชนนาเกลือเป็นแหล่งทางวัฒนธรรมชุมชนและการท่องเที่ยวธรรมชาติบนเกาะล้าน

2.แผนพัฒนาความสามารถของประชากร อาทิ โครงการอบรมทักษะอาชีพคนรุ่นใหม่ อาทิ ธุรกิจ Wellness , รถยนต์ EV , E-Commerce , โปรแกรม Coding และ Robot รวมถึงยกระดับการเรียนการสอนแบบดิจิทัลของโรงเรียนเขตเมืองพัทยา และศูนย์กลางทางการแพทย์นานาชาติ เป็นต้น

3. แผนสิ่งแวดล้อม อาทิ จัดสร้างสวนหย่อม Pocket Park เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง คุ้มครองป่าชายเลนผืนเดียวของพัทยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และดูแลต้นไม้ใหญ่ทั่วเมืองพัทยา เป็นต้น

 

4. แผนเทคโนโลยี อาทิ การสร้าง Big Data รวมข้อมูลแบบครบวงจรเพื่อใช้ในการบริหารเมือง ครอบคลุมด้านความปลอดภัย สาธารณสุขแบบดิจิทัล ฯ

5. แผนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การสร้างรถรางเบา (Tram) เพื่อรองรับ อีอีซี. บริหารจัดการนำเบ็ดเสร็จ แก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน การพัฒนาระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ประชาชน เป็นต้น แผนปฏิบัติต่าง ๆจะดำเนินงานร่วมกับภาคีสำคัญ เช่น คณะกรรมการ อีอีซี. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมโยธาธิการ ฯ ตลอดชนชุมชนต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง

“พัทยามีทั้งโอกาสและปัญหา แต่จากการที่ภาคส่วนต่าง ๆมาร่วมคิดและมาร่วมทำ จึงเห็นโอกาสว่าเราพร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่จะเติบโตได้ดีกว่าเดิมในอนาคต มีเป้าหมายร่วมกันว่าพัทยาจะแข็งแรงกว่าเดิม”

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน