ธุรกิจท่องเที่ยว-ร้านอาหารหวั่น "โอมิครอน" ทำกิจการซบเซา-ปิดซ้ำ

ธุรกิจท่องเที่ยว-ร้านอาหารหวั่น "โอมิครอน" ทำกิจการซบเซา-ปิดซ้ำ

ธุรกิจท่องเที่ยว-ร้านอาหารหวั่น "โอมิครอน" ทำกิจการซบเซา-ปิดซ้ำ

รูปข่าว : ธุรกิจท่องเที่ยว-ร้านอาหารหวั่น "โอมิครอน" ทำกิจการซบเซา-ปิดซ้ำ

ภาพรวมยอดขายในร้านอาหารเริ่มดีขึ้น หลังรัฐบาลผ่อนคลายให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 23.00 น. แต่การพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 "โอมิครอน" ทำให้ธุรกิจบริการท่องเที่ยว รวมทั้งร้านอาหาร กังวลว่าจะมีการปิดประเทศหรือล็อกดาวน์อีกครั้ง

วันนี้ (7 ธ.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กว่า 2 ปีเต็มที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มีเพียงสถานบันเทิงเท่านั้นที่ยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้

เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งเล่าว่า เดิมเขามีสถานบันเทิงอยู่ที่ถนนข้าวสาร จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ จึงตัดสินใจนำเงินทุนที่มีมาลงทุนเปิดร้านอาหารในพื้นที่เเห่งใหม่ ตกเเต่งร้านให้เข้ากับสถานการณ์ เน้นพื้นที่โล่ง แต่หลังจากเปิดร้านได้เพียง 4 วันก็มีข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในไทย ทำให้เกิดความกังวลว่าร้านอาจจะถูกปิดอีกครั้ง

ขณะที่เจ้าของร้านที่อยู่ไม่ห่างกันนัก กล่าวว่า หลังจากรัฐให้ร้านอาหารสามารถเปิดร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จนถึงเวลา 23.00 น. ยอดขายเริ่มกลับมาดีขึ้น แต่ทางร้านยังไม่กล้าสต็อกวัตถุดิบมากนัก เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งทางร้านยังต้องเข้มงวดมาตรการด้านสาธารณสุขทุกขั้นตอนก่อนเปิดให้บริการ ขณะเดียวกันกังวลว่ารัฐบาลจะประกาศปิดร้านอาหารเเละสถานบันเทิงอีกครั้ง

 

ด้านนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า บรรยากาศการใช้บริการร้านอาหารขณะนี้เห็นการฟื้นตัวดีขึ้นมาก โดยเฉพาะร้านอาหารที่ได้มาตรฐานชาและไทย สต็อป โควิด เนื่องจากสามารถเปิดให้นั่งดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านได้ถึงเวลา 23.00 น.

ขณะนี้เห็นยอดขายของธุรกิจร้านอาหารในภาพรวมฟื้นกลับมากว่า 80% และมีบางร้านที่มีมาตรฐานได้รับความนิยมจากลูกค้า ยอดขายฟื้นตัวคืนมากว่า 100% เทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 จึงคาดว่าเทศกาลปีใหม่ 2565 ยอดขายของร้านอาหารจะฟื้นคืนมาได้ถึง 100%

เอกชนชี้ปิดประเทศกระทบเศรษฐกิจรุนแรง

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า เเม้พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน เเต่ไม่อยากให้ทุกฝ่ายตื่นตระหนกจนถึงขนาดต้องกลับมาปิดประเทศอีกครั้ง เพราะหากปิดประเทศอีกจะทำให้เศรษฐกิจที่กำลังค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น กลับมาช็อก จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง

เพราะฉะนั้น การปิดประเทศไม่ถือเป็นการตอบโจทย์แล้ว ต้องหาวิธีที่ทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ ขณะนี้รัฐบาลก็ประกาศแล้วว่ากระทรวงสาธารณสุขจะติดตามเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด

ธุรกิจท่องเที่ยวห่วง "โอมิครอน" ฉุดท่องเที่ยวไม่ฟื้น

การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน สร้างความกังวลให้กับธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศทยอยขอเลื่อนทัวร์บ้างแล้ว

หัวหน้าทัวร์ต่างประเทศและไกด์ กล่าวว่า ปกติจะทำตลาดทั้งพาคนไทยไปต่างประเทศ และนำต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย แต่ช่วงที่ไม่มีงาน หันมาทำตลาดในประเทศ แต่ยังมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประชุมสัมมนา ทำให้อาชีพไกด์มีรายได้ในช่วงที่รอสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น

ส่วนการที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ยอมรับว่าเริ่มเห็นผลกระทบบ้าง เพราะช่วงที่เปิดประเทศทำให้มีคนไทยต้องการจองทัวร์เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะยุโรป แต่เมื่อมีโอมิครอนระบาด คนไทยขอเลื่อนการเดินทาง บางรายขอยกเลิก จึงทำให้กังวลอย่างมากว่าหากกลับมาระบาดหนักจนต้องปิดประเทศ เพราะจะกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว จากเดิมที่คาดว่าจะดีขึ้นช่วงไตรมาสแรกปี 2565

ขณะที่ผู้ประกอบการตลาดอัญมณี จ.ภูเก็ต ระบุว่า ภาพรวมท่องเที่ยวในภูเก็ตฟื้นตัวขึ้น 20-30% ขณะที่ยอดส่งออกสินค้าอัญมณีของบริษัทดีขึ้นเล็กน้อยประมาณ 20-30% จากเดิมที่ส่งออกสูงกว่า 50% เพราะตลาดหลักของท่องเที่ยวและธุรกิจใน จ.ภูเก็ต คือรัสเซีย ส่วนกำลังซื้อคนไทยมีเพียงเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งคาดหวังว่าการระบาดของโอมิครอนจะไม่รุนแรงจน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารในปี 2565 แบ่งเป็น 2 กรณี โดยกรณีแรก หากไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม ธุรกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ยอดขายรวมจะอยู่ที่ 143,000 ล้านบาท ส่วนกรณีที่ 2 หากมีการแพร่ระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยประเมินว่าตลาดธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ จะเหลือมูลค่าประมาณ 129,000 ล้านบาท

 

อ่านข่าวอื่นๆ

กรมวิทย์ฯ พบชายมาจากสเปนติดเชื้อโอมิครอนคนแรกในไทย

สธ.เปิดไทม์ไลน์ชายมาจากสเปนติดเชื้อโอมิครอนคนแรกในไทย

 

 

กลับขึ้นด้านบน