กทม.เตรียมรับมือฝุ่น PM 2.5 ช่วง ธ.ค.-ม.ค.65

กทม.เตรียมรับมือฝุ่น PM 2.5 ช่วง ธ.ค.-ม.ค.65

กทม.เตรียมรับมือฝุ่น PM 2.5 ช่วง ธ.ค.-ม.ค.65

รูปข่าว : กทม.เตรียมรับมือฝุ่น PM 2.5 ช่วง ธ.ค.-ม.ค.65

กทม.เตรียมแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงหน้าหนาวของทุกปี กำชับหน่วยงานเข้มงวดควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศ

วันนี้ (7 ธ.ค.2564) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊ก "ผู้ว่าฯอัศวิน" ระบุว่า กทม.มีโอกาสที่จะเกิดวิกฤตหมอกควันและฝุ่นละอองในอากาศ หรือ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยหลายปีที่ผ่านมาจะเกิด PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. 

กทม.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.อย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศ ทั้งจากยานพาหนะ สถานประกอบการ การก่อสร้าง รวมถึงการเผาในที่โล่ง

พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดการควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศในพื้นที่ กทม.และรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ เช่น งดเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก งดการเผาในที่โล่ง รวมถึงการควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ และฉีดล้างถนนและใบไม้เพื่อดักจับฝุ่นละออง เพื่อลดโอกาสการเกิดฝุ่น PM 2.5

 

 

 

 

ขณะที่ วันนี้ แอปพลิเคชัน Air4Thai รายงาน กรุงเทพฯและปริมณฑล คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คือ คุณภาพอากาศปานกลาง แต่เริ่มมีบางพื้นที่อยู่ในเกณฑ์สีส้มแล้ว คือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ที่เขตคลองสามวา ที่ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และใน ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อยู่ที่ 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เตือนประชาชน เตรียมพร้อมรับฝุ่น PM 2.5

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ในช่วงเดือนระหว่างเดือน ธ.ค.-ก.พ.ของทุกปี เป็นช่วงหน้าหนาว สภาพอากาศแห้งและลมนิ่ง ทำให้ฝุ่นละอองสามารถแขวนลอยอยู่ในอากาศ

จากการใช้งานยานพาหนะบนท้องถนน ประกอบกับมีฝุ่นละอองการก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ควันจากมลพิษ การเผาป่า ทำให้มีการกระจายของฝุ่นละอองปกคลุมหนาเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ เป็นสิ่งกระตุ้นทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตของประชาชน

ขณะที่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีมาตรการผ่อนคลายในการทำกิจการ สถานประกอบการ และกิจกรรมต่างๆ เช่น การรับประทานอาหารนอกบ้าน การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต การเปิดสถานศึกษาบางแห่ง ทำให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตข้างนอกมากขึ้น ดังนั้น ควรสวมหน้ากากอนามัยที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสามารถช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5

ปัจจุบันค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ที่เป็นค่าวัดฝุ่น PM 2.5 มี 5 ระดับด้วยกัน ซึ่งระดับที่ ค่าฝุ่น PM 2.5 ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในระดับปกติ สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ แต่หากค่าฝุ่น PM 2.5 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน แต่หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 จากแอปพลิเคชัน “Air4Thai” และเว็บไซต์ www.air4thai.com 

แนะ 7 วิธี รับมือฝุ่น PM 2.5 ด้วยตนเอง

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เกินมาตรฐานอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก วัยเรียนและกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เสี่ยงต่อการได้รับมลพิษทางอากาศระดับสูง แต่สามารถป้องกันได้ โดยมีข้อปฏิบัติ 7 วิธี ดังนี้

1. เลี่ยงทำกิจกรรมหรืองดออกกำลังกายกลางแจ้ง ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน

2. สวมหน้ากากอนามัยทั้งแบบผ้าหรือแบบบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้านหรือสวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเป็นเวลานาน 

3. ทำความสะอาดบ้านและโรงเรียนให้สะอาดห้องปลอดฝุ่น

4. ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น เช่น การจุดธูป ปิ้งย่าง เผาขยะ เผาเศษใบไม้ เป็นต้น

5. หากพบเด็กหรือบุคคลในครอบครัวมีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบพาไปพบแพทย์

6. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเลี่ยงการออกนอกบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับมลพิษจากฝุ่น PM 2.5 

7.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหากมีอาการผิดปกติทางเดินหายใจควรพบแพทย์ทันที

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน