"หมอสมศักดิ์" คาดโอมิครอนไม่แรงเท่าเดลตา เตรียมรับมือทั่วประเทศ

"หมอสมศักดิ์" คาดโอมิครอนไม่แรงเท่าเดลตา เตรียมรับมือทั่วประเทศ

"หมอสมศักดิ์" คาดโอมิครอนไม่แรงเท่าเดลตา เตรียมรับมือทั่วประเทศ

รูปข่าว : "หมอสมศักดิ์" คาดโอมิครอนไม่แรงเท่าเดลตา เตรียมรับมือทั่วประเทศ

อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุเตรียมสั่งซื้อยา "ฟาร์วิพิราเวียร์-เรมเดซิเวีย" เพิ่ม สต๊อกยาเหลือใช้อีก 2 เดือน ขณะที่เตียงทั่วประเทศมี 6-7 หมื่นเตียง ปัจจุบันผู้ป่วยครองเตียง 1-2 หมื่นเตียง

วันนี้ (8 ธ.ค.2564) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงขาลงแบบทรงตัว ขณะที่การรักษาพยาบาลยังเข้มข้น ทั้งการดูแลผู้ป่วยโควิด รวมถึงผู้ป่วยประเภทอื่น

ส่วนกรณีที่พบชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยติดเชื้อสายพันธุ์ "โอมิครอน" นั้น ได้คาดการณ์สถานการณ์และเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

กรณีที่ดีที่สุด หากสถานการณ์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ไม่ทำให้มีการระบาดเพิ่มขึ้น โรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลของภาครัฐจะพยายามให้บริการผู้ป่วยประเภทอื่นๆ มากขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยโควิดจะจำกัดไว้ในบางประเภท เช่น การทำ Home Isolation หรือ HI, รพ.สนามทั้งของรัฐและเอกชน

ส่วนกรณีเลวร้ายที่สุด หากโอมิครอนเข้ามาแล้วทำให้คนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมากถึงหลักหมื่นหรือแสนคนทั่วประเทศ ก็จะยึดการทำ HI เป็นหลักก่อน เพราะจากการติดตามพบว่า โอมิครอนอาจระบาดได้เร็ว แต่อาการก็อาจจะไม่รุนแรงมาก ดังนั้นมาตรการที่เตรียมไว้ทั้ง Home Isolation หรือ HI, Community Isolation หรือ CI รวมถึง Hospitel คาดว่าจะเพียงพอ

มีการประชุมเตรียมการทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าเป็นขาขึ้น หรือขาลง โดยมีนักคณิตศาสตร์เข้าร่วมประเมินด้วย

นอกจากนี้ กรมการแพทย์ยังได้หารือกับโรงเรียนแพทย์ เพราะหากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ก็จะต้องกลับมาโฟกัสเรื่องไอซียู หรือวอร์ดคนไข้ ที่จะรับผู้ป่วยอาการหนักกลับมาในโรงพยาบาล

หมอแนะทำ HI เตรียมพร้อม รพ.สนาม จังหวัดใหญ่

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ให้ 7 จังหวัดเตรียมความพร้อมเรื่องโรงพยาบาลสนามนั้น อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พื้นที่ที่มีปัญหาหรือมีแนวโน้มที่จะมีปัญหา ควรเตรียมพร้อมทุกด้าน ไม่เฉพาะโรงพยาบาลสนาม แต่อย่างไรก็ตามต้องเตรียมโรงพยาบาลสนามในจังหวัดใหญ่ๆ

ส่วนการทำ HI แม้ในต่างจังหวัดจะมีไม่มากเท่าในกรุงเทพฯ แต่เห็นว่าควรทำ หรือทำในเขตเมืองของจังหวัดใหญ่ๆ เช่นกัน เพื่อให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่มาก ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน

สำหรับภาพรวมเตียงทั่วประเทศ ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 60,000-70,000 เตียง มีคนไข้ครองเตียงประมาณ 10,000-20,000 เตียง

"เท่าที่ตามดูโอมิครอน ข้อมูลตอนนี้ไม่แรงกว่าเดลตา ซึ่งเดลตาคิดว่ามีคนไข้ที่จำเป็นต้องแอดมิทจริงๆ ไม่เกิน 10-20% สมมติคนไข้ต่ำกว่า 5,000 คน จะมีคนไข้แอดมินไม่เกิน 1,000 คน ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีคนไข้วันละ 50,000 คน ก็อาจมีคนไข้แอดมิทวันละ 10,000 คน ทั้งหมดเป็น Scenario ที่เตรียมไว้ และเตรียมไว้ถึงกระทั่งเกือบแสนด้วยซ้ำ"

อย่างไรก็ตาม หากมาตรการ HI เป็นที่ยอมรับ และเสริมด้วย CI มั่นใจว่าเรื่องการรักษาพยาบาลจะรับมือได้

เร่งสั่งซื้อ "ฟาร์วิพิราเวียร์-เรมเดซิเวีย" เหลือใช้อีก 2 เดือน

อธิบดีกรมการแพทย์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องยา สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันคาดว่า "ยาฟาร์วิพิราเวียร์" ที่มีอยู่ในสต็อกจะใช้ได้อีกประมาณเดือนครึ่งหรือ 2 เดือน เช่นเดียวกับ "ยาเรมเดซิเวียร์" ที่ใช้ได้อีกประมาณเดือนครึ่งหรือ 2 เดือนเช่นกัน ซึ่งได้เตรียมการสั่งซื้อเพิ่มแล้ว

ขณะที่ "ยาโมลนูพิราเวียร์" สั่งจองไปแล้ว 50,000 คอร์ส ทางบริษัทรับปากว่าจะส่งมาให้เร็วที่สุดภายในไตรมาสแรกของปี 2565 หลังจากที่ อย.ขึ้นทะเบียน ส่วน "ยาแพ็กซ์โลวิด" มีการสั่งด้วยวาจาไปแล้ว และอยู่ระหว่างร่างข้อตกลงกับบริษัทไฟเซอร์

เมื่อถามว่าไทยจะมีการระบาดรอบใหม่หรือไม่ อธิบดีกรมการแพทย์ ตอบว่า "ดูจากแนวโน้มประเทศอื่นๆ น่าจะมี เราถึงมีการเตรียมความพร้อม"

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน