อิสราเอลเตรียมฉีดวัคซีนเข็ม 4 ให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

อิสราเอลเตรียมฉีดวัคซีนเข็ม 4 ให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

อิสราเอลเตรียมฉีดวัคซีนเข็ม 4 ให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

รูปข่าว : อิสราเอลเตรียมฉีดวัคซีนเข็ม 4 ให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

สิงคโปร์พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ "โอมิครอน" แบบเป็นกลุ่มก้อนรายแรกของประเทศ ขณะที่อิสราเอลเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ให้กับผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่มีปัญหาระบบ

วันนี้ (22 ธ.ค.2564) คณะผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลเสนอให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ให้กับผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่มีปัญหาระบบภูมิคุ้มกัน แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ขานรับข้อเสนอดังกล่าวทันที โดยระบุว่าถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยให้ก้าวข้ามโอมิครอนที่กำลังระบาดไปทั่วโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนรีบไปฉีดวัคซีนโดยเร็ว

ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่อิสราเอลพบผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนคนแรกของประเทศ เป็นชายอายุประมาณ 60 ปี โดยเสียชีวิตหลังเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 2 สัปดาห์ ซึ่งโรงพยาบาลระบุว่าอาการป่วยหนักของคนไข้รายนี้ ส่วนใหญ่มาจากโรคเดิมที่มีอยู่แล้วหลายโรค ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่มาจากไวรัส

สิงคโปร์พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโอมิครอนเป็นกลุ่มก้อน

ที่ สิงคโปร์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโอมิครอนเป็นกลุ่มก้อนรายแรกของประเทศ ทั้งหมด 3 คน ในจำนวนนี้ 2 คน ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า ติดเชื้อโอมิครอน ที่เหลือกำลังรอผลการตรวจ ทั้งหมดมีอาการเพียงเล็กน้อย ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และไม่มีประวัติการเดินทาง ทั้ง 3 คน ได้เข้าไปใช้บริการในสถานออกกำลังกายแห่งหนึ่ง ระหว่างวันที่ 15 - 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา

โดยทางการแจ้งเตือนให้ผู้ที่เข้าไปใช้บริการในช่วงเวลาดังกล่าวให้สังเกตอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิดและลดการพบปะกับผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงให้ติดต่อกระทรวงเพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19

ล่าสุดสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งหมด 71 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 65 คน ที่เหลือเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ

ขณะนี้สิงคโปร์หันไปให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หลังจากร้อยละ 87 ของประชากรทั้งประเทศได้รับวัคซีนครบแล้วและมีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นไปแล้วร้อยละ 34

 

ที่มา : Reuters

 

กลับขึ้นด้านบน