ตร.เรียกผู้มีชื่ออยู่ในเอกสารครอบครองที่ดิน "โบนันซ่า" มาสอบปากคำ

ตร.เรียกผู้มีชื่ออยู่ในเอกสารครอบครองที่ดิน "โบนันซ่า" มาสอบปากคำ

ตร.เรียกผู้มีชื่ออยู่ในเอกสารครอบครองที่ดิน "โบนันซ่า" มาสอบปากคำ

รูปข่าว : ตร.เรียกผู้มีชื่ออยู่ในเอกสารครอบครองที่ดิน "โบนันซ่า" มาสอบปากคำ

ตร.เรียกผู้มีชื่ออยู่ในเอกสารครอบครองที่ดิน วันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.2558) คณะทำงานตรวจสอบที่ดินสนามแข่งรถโบนันซ่าสปีดเวย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เตรียมเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี ขณะที่พนักงานสอบสวนจะเรียกสอบปากคำพยานที่ปรากฏชื่อในเอกสารสิทธิ์ นส.3 จำนวน 5 แปลงที่ผู้บริหารสนามแข่งรถโบนันซ่านำมาแสดง

ทหารกองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าตรวจสอบที่ดินสนามแข่งรถโบนันซ่าสปีดเวย์ เขาใหญ่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 151 ไร่  เมื่อต้นเดือนเมษายน 2558 และพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า เขานกยูงและเขาอ่างหิน ซึ่งต่อมาเจ้าของสนามแข่งรถได้นำเอกสารสิทธิ์ นส 3 ก.จำนวน 47 ไร่มาแสดง ส่วนอีกกว่า 104 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองและอยู่ในเขตป่าสงวนและที่ ส.ป.ก.

วันนี้ (16 เม.ย.) พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหารโบนันซ่าแล้ว ซึ่งอยู่ในชั้นการรวบรวมข้อมูลพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามที่ถูกกล่าวหาโดยกองทัพภาคที่ 2 มีหน้าที่คอยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ซึ่งขณะนี้การดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีโบนันซ่าในวันพรุ่งนี้

พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยานที่ปรากฏชื่อในเอกสารสิทธิ์ นส.3 จำนวน 5 แปลงที่ผู้บริหารสนามแข่งรถโบนันซ่านำมาแสดง โดยมีรายชื่อการซื้อขายต่อกันรวมกันประมาณ 15 รายชื่อ ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องเรียกทั้งหมดมาสอบเพื่อหาข้อมูลว่า เอกสาร นส.3 ทั้งหมดได้มาอย่างไร และต้องรอข้อมูลจากที่ดินจังหวัดนครราชสีมา, ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ เพื่อยืนยันการบุกรุกที่ดินของสนามแข่งรถโบนันซ่าแล้วประกอบสำนวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ครอบครอง


กลับขึ้นด้านบน