ตรวจสอบบ้านดอนชัย จ.ตาก พบกระสุนปืนหนัก จากการสู้รบในเมียนมา

ตรวจสอบบ้านดอนชัย จ.ตาก พบกระสุนปืนหนัก จากการสู้รบในเมียนมา

ตรวจสอบบ้านดอนชัย จ.ตาก พบกระสุนปืนหนัก จากการสู้รบในเมียนมา

รูปข่าว : ตรวจสอบบ้านดอนชัย จ.ตาก พบกระสุนปืนหนัก จากการสู้รบในเมียนมา

กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ตรวจสอบพื้นที่บ้านดอนชัย พบกระสุนปืนหนักตกใกล้ชุมชนไทย จากการสู้รบของทหารรัฐบาลเมียนมากับกองกำลังทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง กองกำลังนเรศวรประท้วงไปยังเมียนมาให้ระวังการใช้อาวุธ ฝั่งไทยพร้อมตอบโต้ทันที หากมีการรุกล้ำอธิปไตย

วันที่ (25 ธ.ค.2564) สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมากับกองกำลังทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ที่บ้านเลเตอก่อ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านดอนชัย หมู่ที่ 6 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อคืนที่ผ่านมา ยังมีการสู้รบจากชายแดนฝั่งเมียนมาไปประมาณ 1 กิโลเมตร โดยทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันด้วยอาวุธประจำกายและอาวุธหนัก

ล่าสุด ฝ่ายทหารกะเหรี่ยงร่วมกับกลุ่มต่อต้านทหารรัฐบาลเมียนมา ได้ใช้อาวุธปืนติดเลนหรือสแนปเปอร์ ออกปฏิบัติการซุ่มยิงทหารเมียนมา ตามฐานที่มั่นในจังหวัดที่ฝ่ายเมียนมาจัดกำลังพลออกลาดตระเวน ทำให้ทหารเมียนมาเสียชีวิตไปหลายราย และไม่มีการใช้อากาศยานในการร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้


พ.ต.ท.อรรถชัย ออมสินสมบูรณ์ ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 346 แม่สอด ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านดอนชัย ในจุดที่มีกระสุนปืนตกล้ำเข้ามาเขตไทยจากการสู้รบกันอย่างหนัก ในช่วงบ่ายจนถึงเย็นวันที่ 24 ธ.ค.2564 ซึ่งฝ่ายตำรวจตระเวนชายแดน พบกระสุนปืนหนักตกใกล้ชุมชนไทย จึงแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในเวลาที่มีการสู้รบกัน เพราะอาจจะมีกระสุนปืนล้ำเข้ามาได้อีก

ศูนย์สั่งการณ์ชายแดนไทยเมียนมา ด้าน จ.ตาก ระบุว่า จากการปะทะกันอย่างหนักเมื่อวานนี้ เกิดขึ้นบริเวณบ้านแม่ทอดตะเล จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ลึกเข้าไปในประเทศเมียนมากว่า 500 เมตร และมีกระสุนไม่ทราบชนิดและไม่ทราบฝ่าย ตกลงมายังริมแม่น้ำเมยฝั่งไทย 17 นัด

กองกำลังนเรศวรจึงต้องทำการยิงเตือนด้วยกระสุนควัน พร้อมทั้งประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมา ให้ระมัดระวังการใช้อาวุธและอากาศยานปฏิบัติการทางอากาศ โดยทางฝั่งไทยพร้อมตอบโต้ทันที หากมีการรุกล้ำอธิปไตย


สำหรับข้อมูลตัวเลขผู้หนีภัยจากการสู้รบขณะนี้ ที่บ้านแม่กุหลวง ยังเป็นจุดที่ตั้งพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวสำหรับผู้อพยพมาใหม่ ซึ่งกลุ่มนี้ 226 คน มาจากเหตุโจมตีทางอากาศเมื่อวานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ไทยให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเดินทางกลับไป 59 คน เหลือ 167 คน อาจจะให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยคอกวัวลุงปั๋น รวมกับกลุ่มเดิมที่มีผู้แล้ว 473 คน


ส่วนที่โรงเรียนบ้านแม่ตาวกลาง มีผู้เดินทางกลับไป 128 คน คงเหลือ 1,302 คน รวมถึงที่คอกวัวมหาวันเมยโค้ง มีเข้ามาเพิ่มอีก 470 คน เป็น 1,511 คน รวมมีผู้หนีภัยอยู่ในความดูแลของไทยขณะนี้ กว่า 3,200 คน

นายกฯ สั่งคุมเข้มชายแดน ดูแลผู้หนีภัยสงคราม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ไม่สงบตามชายแดนไทย-เมียนมา ว่า เป็นเรื่องภายในเมียนมา ซึ่งไทยได้รับผลกระทบจากกรณีที่มีประชาชนจากฝั่งเมียนมา หลบหนีเหตุไม่สงบเข้ามา แต่ไทยได้เตรียมแผนดูแลตามหลักมนุษยธรรม เมื่อการสู้รบเบาบางก็ต้องส่งกลับ

 

โดยไม่มีการตั้งศูนย์พักพิงในประเทศไทยเพิ่ม เพราะที่ผ่านมายังเหลือผู้หนีภัยฯ ตกค้างในศูนย์พักพิงชายแดนกว่า 90,000 คน ซึ่งไทยยังคงดูแลอย่างดีที่สุด และส่งเสริมให้ผู้แทนพิเศษสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ตามหลักการอาเซียน

ขณะที่ พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินเหตุการณ์ไม่สงบในฝั่งเมียนมาโดยตลอด และคาดว่าสถานการณ์จะลดความรุนแรงลง หลังผ่านช่วงฤดูแล้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งย้ายชาวบ้านหนีพม่าปะทะกะเหรี่ยง ลูกหลงลงหลังคาบ้านฝั่งไทย

กลับขึ้นด้านบน