วิเคราะห์เกม ช้างศึก ดวล อินโดฯ รอบชิงนัดแรก ศึกฟุตบอลอาเซียน

วิเคราะห์เกม ช้างศึก ดวล อินโดฯ รอบชิงนัดแรก ศึกฟุตบอลอาเซียน

วิเคราะห์เกม ช้างศึก ดวล อินโดฯ รอบชิงนัดแรก ศึกฟุตบอลอาเซียน

ทีมชาติไทย เตรียมปรับผู้เล่นแบ็กซ้ายในศึกฟุตบอลอาเซียน รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ที่จะพบอินโดนีเซีย แทน "ธีราทร" ที่ติดโทษแบน โดยมี "กัปตันเจ" ชนาธิป เป็นหัวใจในเกมรุก ส่วนอินโดนีเซียเป็นทีมพลังหนุ่ม มีเกมรุกที่รวดเร็ว และอันตรายจากผู้เล่นอย่าง อิรฟาน จายา

รูปข่าว : วิเคราะห์เกม ช้างศึก ดวล อินโดฯ รอบชิงนัดแรก ศึกฟุตบอลอาเซียน

วันนี้ (29 ธ.ค.2564) การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ในวันนี้ ทีมชาติไทย มีคิวลงเตะกับอินโดนีเซีย ซึ่งในเกมนี้ การขาด ธีราทร บุญมาทัน ที่ติดโทษแบน ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ มาโน่ โพลกิ้ง ต้องแก้ไข

 

เพราะสถิติการลงสนามในซูซูกิคัพครั้งนี้ของ ธีราทร ถือว่ายอดเยี่ยม ทั้งเกมรุก และเกมรับ และมีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสได้แทนที่ เริ่มจาก สุริยา สิงห์มุ้ย แบ็กซ้ายอาชีพเพียงคนเดียว ที่เหลืออยู่ในทีมตอนนี้

สุริยา ได้ลงเป็นตัวจริง 1 นัด ในเกมที่ชนะ สิงคโปร์ 2-0 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท เมื่อได้รับโอกาส แต่น่าเสียอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ทำให้ได้เล่นเพียงแค่ครึ่งเดียว

 

 

ด้วยความที่เป็นแบ็กซ้ายธรรมชาติ แทบทำให้สุริยาไม่ต้องปรับตัว และด้วยสไตล์การเล่นที่คุมพื้นที่ได้ดี นี่อาจเป็นโอกาสอีกครั้งของเจ้าตัว

ส่วนอีก 2 คน ถนัดการเล่นฝั่งขวา เริ่มจาก ทริสตอง โด ที่เคยได้รับโอกาสจาก มาโน่ ให้เล่นในตำแหน่งนี้ในเกมแรกที่ชนะ ติมอร์เลสเต 2-0 แต่เกมนั้นถือว่าไม่ยาก และเจ้าตัวสามารถเอาตัวรอดไปได้

 

โด เป็นนักเตะที่มีจุดเด่นที่ความเร็ว, ความฟิต รวมถึงมีลูกบู๊บดกับคู่ต่อสู้ อีกทั้งยังเป็นแบ็กที่เติมสุดเส้น แต่การเปิดบอลยังคงเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ เมื่อสถิติระบุว่าโดเปิดบอลเข้าเป้าน้อยมากๆ

คนสุดท้าย ฟิลิป โรลเลอร์ เจ้าตัวเคยโดน มาโน่ ทดสอบไปยืนแบ็กซ้ายด้วยระยะเวลาสั้นๆ ในเกมที่ชนะสิงคโปร์ ซึ่งด้วยคุณภาพของ โรลเลอร์ ที่สามารถโยกมาเล่นฝั่งซ้ายได้

 

อีกทั้งเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง สามารถกระชากบอลเอาชนะคู่ต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 ได้ดี ก็มีโอกาสเช่นกันที่จะได้ลงสนามในตำแหน่งนี้ เพื่อปิดจุดแข็งของ อินโดนีเซีย ที่มีความเร็วที่เกมริมเส้นเช่นกัน

สำหรับคีย์แมนของทีมชาติไทย คงหนีไม่พ้น "กัปตันเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซึ่งเป็นหัวใจในแนวรุกของทีมชาติไทย โดยเฉพาะการสร้างสรรค์เกมรุกที่หลากหลาย โดยเฉพาะความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงการจ่ายบอลที่แม่นยำ

 

อีกทั้งยังมีการสอดประสานขึ้นไปลุ้นทำประตู ซึ่ง 2 ประตูที่ทำให้ทีมชาติไทยเอาชนะเวียดนามมาได้ ก็มาจากฝีเท้าของกัปตันเจ

"จายา-วิตัน" ตัวอันตรายเกมริมเส้นอินโดนีเซีย

ขณะที่ทีมพลังหนุ่มของอินโดนีเซียชุดนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่การขึ้นเกมริมเส้นที่รวดเร็ว และเฉียบคม โดยเฉพาะผู้เล่นตัวเก่งอย่าง อิรฟาน จายา ปีกร่างเล็กวัย 25 ปี โดย จายา เป็นผู้เล่นประเภทเทคนิคสูง มีความเร็ว และความคล่องตัว

 

โดยเฉพาะสไตล์การเล่น ที่มักเลี้ยงจี้เข้าหาคู่ต่อสู้ และใช้ความเร็วกระชากไปเปิดบอลริมเส้นที่ทีมชาติไทยต้องระวังให้ดี นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นผู้เล่นที่หาพื้นที่ยิงประตูได้ดี และเฉียบคม การันตีด้วยการรั้งรองดาวซัลโวในรายการนี้ หลังยิงไปแล้ว 3 ประตู

อีกคน คือวิตัน สุเลมาน ปีกขวา วัย 20 ปี ที่มีประสบการณ์ค้าแข้งในลีกยุโรปในปัจจุบัน กับเลเชีย กอเดนซ์ ในลีกโปแลนด์ แม้จะยังไม่เคยขึ้นชุดใหญ่ก็ตาม

 

วิตัน เป็นนักเตะที่เทคนิคสูง มีความเร็ว และสามารถดวลเอาชนะคู่แข่งแบบ 1 ต่อ 1 ได้บ่อยครั้ง ซึ่งการที่ทีมชาติไทยขาดแบ็กซ้ายอย่าง ธีราทร ที่ติดโทษแบน อาจทำให้เป็นงานยากในการรับมือกับนักเตะรายนี้เช่นกัน ซึ่งชิงแชมปอาเซียนครั้งนี้ วิตัน ยิงไปแล้ว 2 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์

ปัจจัยสำคัญของทีมชาติไทยในการเจอกับอินโดนีเซีย คือห้ามประมาท แม้จะเคยเจอกันในรอบชิงชนะเลิศในรายการนี้มา 3 ครั้ง เมื่อปี 2000, 2002 และ 2016 ซึ่งไทยคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด นั่นเปรียบเสมือนเป็นแรงกระตุ้นที่จะทำให้อินโดนีเซียอยากเอาชนะไทย

 

สำหรับทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2020 โดยจะแข่งขัน 2 นัด ในวันที่ 29 ธ.ค.2564 และ 1 ม.ค.2565 ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ AIS Play

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"มาโน" ยืนยันไทยไม่ประมาทอินโดนีเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน

ย้อนสถิติ "ไทย-อินโดนีเซีย" รอบชิงศึกอาเซียนคัพ

"สมยศ" มอบเช็ค 10 ล้าน ให้ "นักเตะ - ทีมงาน" หลังผ่านเข้าชิงชนะเลิศ "อาเซียนคัพ" 

ไทยทะลุชิงอินโดฯ ผลรวม 2 นัดชนะเวียดนาม 2 ประตู

"ชนาธิป" เหมา 2 ลูก "ไทย" ชนะ "เวียดนาม" 2-0 นัดแรก รอบตัดเชือกอาเซียนคัพ

กลับขึ้นด้านบน