ชี้คลัสเตอร์กาฬสินธุ์เป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์" โอมิครอน

ชี้คลัสเตอร์กาฬสินธุ์เป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์" โอมิครอน

ชี้คลัสเตอร์กาฬสินธุ์เป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์" โอมิครอน

รูปข่าว : ชี้คลัสเตอร์กาฬสินธุ์เป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์" โอมิครอน

อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยผลการสอบสวนโรคคลัสเตอร์กาฬสินธ์ุเป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์" โอมิครอนลาม 11 จังหวัด หลังผู้ติดเชื้อ 1-2 คนกระจายเชื้อ 200 คนลามในหลายจว.อีสาน และภาคเหนือ ส่วนคลัสเตอร์นักศึกษาใน กทม.พบจากวงร้านอาหารกึ่งผับ เจอเชื้อในช่องแอร์

วันนี้ (29 ธ.ค.2564) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการจำลองสถานการณ์ และการคาดการณ์หลังจากปีใหม่ จะมีการแพร่ของสายพันธุ์โอมิครอน บวกกับคนไทยมีกิจกรรมปีใหม่ มีการเดินทาง การรวมตัวพบปะสังสรรค์กันมากขึ้น จึงมีแนวโน้มที่โอมิครอนจะระบาดมากขึ้น แต่จะพยายามควบคุมให้การระบาดน้อยที่สุด ตอนนี้ยังต้องขอความร่วมมือคนไทย และทุกอย่างยังเป็นไปตามคาดการณ์แต่หลังจากปีใหม่ จะมีมาตรการเสริมออกมาเพิ่มเติม

ขณะนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงไม่ฉีดวัคซีนอีก 10% ถ้าเดินทางกลับบ้าน เจอผู้สูงอายุอาจจะเสี่ยงขอให้พาไปฉีดวัคซีนเพื่อจะได้ปลอดภัยจากโควิด

ชี้คลัสเตอร์กาฬสินธุ์เป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์" โอมิครอน 

นพ.โอภาส กล่าวถึงการสอบสวนของระบาดของคลัสเตอร์กาฬสินธุ์ว่า พบการติดเชื้อโควิด สายพันธุ์โอมิครอน กระจายใน 11 จังหวัด เช่น มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู สกลนคร อุดรธานี รวมทั้งลำพูน อุบลราชธานี พิษณุโลก ลำปาง เพชรบูรณ์มีผู้ติดเชื้อกระจายกว่า 200 คน

เรียกเหตุการณ์นี้ ว่าเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ เพราะ 1-2 คนสามารถกระจายได้ถึง 200 คน และเชื้อโอมิครอนกระจายได้ เพราะเข้าในพื้นที่แออัด ร้านอาหาร สถานบันเทิง

อ่านข่าวเพิ่ม  เช็กด่วน! 33 จว.ที่มีรายงานเชื้อ "โอมิครอน" กทม.มากสุด 277 คน

เปิดจุดเสี่ยงต้นตอระบาดพบในร้านอาหาร

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า  จากการสอบสวนโรคในสถานที่มีรายงานการระบาด  เคสนี้ผู้ป่วยโอมิครอน 2 คน ไปที่ จ.กาฬสินธุ์ และไปที่สถานบันเทิง โดยจุดที่เป็นปัญหาร้านอาหารที่เป็น Bar K ซึ่งรัฐบาลยังไม่อุญาตให้เปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ คนหนาแน่น ถ้าถอดหน้ากาก กินอาหาร ร้องเพลง เป็นจุดเสี่ยง แต่หลายร้านเปลี่ยนจากบาร์เป็นร้านอาหาร แปลงสถานะมาเป็นร้านอาหาร ระบบในการระบาดยังเหมือนเดิม เพราะระบบระบายอากาศยังเหมือนเดิม

Bar S ไม่พบผู้ติดเชื้อในร้าน แต่ Bar K เป็นจุดที่เกิดเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ในภาคอีสานและภาคเหนือบางจังหวัด ซึ่งพบจุดแตกต่างของ 2 ร้านที่ต้องเตือน
 

 

ทั้งนี้พบว่า Bar S ร้านแรกมี 10 โต๊ะ ลูกค้าสูงสุด 40 คน ไม่มีเก้าอี้ เสริมเก้าอี้ และทั้งพนักงานลูกค้าไม่มีใครติดเชื้อ พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนและตรวจ ATK ทุกสัปดาห์  และเจ้าของกำกับเอง เพราะหากมีการติดเชื้อก็จะเดือดร้อนทั้งเขาและชุมชน

ส่วนร้านที่ 2 มี 15 โต๊ะ ลูกค้าสูงสุด 80 คน พนักงาน 9 คน นักดนตรี 6 คน ความจุลุกค้า 90%อยู่นาน 1.5 ชั่วโมง เพราะมีดนตรี รวมทั้งสภาพแวดล้อม การจัดส่งเสริมการขายนั่งดริงก์ เชียร์แขก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และระบบระบายอากาศไม่ดี พนักงานฉีดวัคซีนแต่ไม่มีการตรวจ ATK ไม่คัดการคัดและไม่มีการคัดกรอง Thai Save Thai

พนักงานรับประทานอาหารร่วมกัน ที่พักอยู่ในมุมอับ ระบายอากาศไม่ดี เวลาป่วยไม่ได้หยุดงาน ข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้น มีความเสี่ยงทั้งสิ่งแวดล้อมและพนักงาน ขณะที่ลูกค้ามีการคัดกรองอุณหภูมิ แต่ไม่ได้คัดกรองความเสี่ยง เว้นระยะห่างไม่ดี

เป็นอุทธาหรณ์ ถ้าไปร้านที่ดูไม่ปลอดภัยก็ไม่ควรอยู่ เช่น ช่วงที่ไม่กินอาหารก็ควรสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง ตรงไหนเป็นจุดเสี่ยงไม่ควรไป ที่คนอยู่มากแออัด ไม่สวมหน้ากากอนามัย

พบเชื้อโควิดในช่องแอร์ร้านอาหารคลัสเตอร์นศ.52 คน

นพ.โอภาส กล่าวว่า ส่วนอีกคลัสเตอร์ในกทม.วันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อโควิด 52 คนเป็นนักศึกษาแห่งหนึ่งใน กทม.พบมีประวัติการกิน และดื่มสุราร่วมกัน ที่ร้านอาหารกึ่งผับ ร้าน A แห่งหนึ่งในกทม.ช่วงวันที่ 8-14 ธ.ค.ที่ผ่านมา

พบว่าเป็นห้องปรับอากาศ สภาพแออัด และเมื่อมีการสวอปหาเชื้อในสิ่งแวดล้อม พบเชื้อโควิดในเครื่องปรับอาหาร ที่ได้จากการเก็บตัวอย่างในช่องแอร์ 2 เครื่อง แสดงว่าเครื่องปรับอากาศเป็นจุดเสี่ยง รวมทั้งการกินอาหารที่ใช้เวลานาน และไม่ใส่หน้ากากอนามัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 11 วัน “โอมิครอน” กระจายไทย 33 จังหวัดสะสม 740 คน

ศบค.เปิดสถิติ 1 เดือนคนเข้าไทยกว่า 2 แสน ติดโควิดเฉียดพันคน 

 

 

กลับขึ้นด้านบน