6 วันช่วงปีใหม่ อุบัติเหตุสะสม 2,488 ครั้ง เสียชีวิต 300 คน

6 วันช่วงปีใหม่ อุบัติเหตุสะสม 2,488 ครั้ง เสียชีวิต 300 คน

6 วันช่วงปีใหม่ อุบัติเหตุสะสม 2,488 ครั้ง เสียชีวิต 300 คน

รูปข่าว : 6 วันช่วงปีใหม่ อุบัติเหตุสะสม 2,488 ครั้ง เสียชีวิต 300 คน

ศปถ.เผยสถิติ 6 วันช่วงการเดินทางเทศกาลปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุสะสม 2,488 ครั้ง บาดเจ็บ 2,471 คน ผู้เสียชีวิต 300 คน พบเชียงใหม่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 92 ครั้ง ส่วน กทม.เสียชีวิตสะสมสูงสุด 20 คน

วันนี้ (4 ม.ค.2565) เวลา 10.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 ม.ค. 2565 เกิดอุบัติเหตุ 264 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 34 คน ผู้บาดเจ็บ 274 คน

 

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค.2564 – 3 ม.ค.2565) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,488 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 300 คน ผู้บาดเจ็บรวม 2,471 คน ศปถ.ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนต่อเนื่อง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครเข้มข้นการปฏิบัติงานของจุดตรวจบนเส้นทางสาย เพื่ออำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง พร้อมฝากผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และมีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 3 ม.ค.2565 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 264 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 34 คน ผู้บาดเจ็บ 274 คน

สาเหตุเกิดอุบัติเหตุสูงสุด "ขับรถเร็ว-เมาแล้วขับ"

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 35.61 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 18.94 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.03 รองลงมา คือ รถปิกอัพ/กระบะ ร้อยละ 6.64 อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 79.55 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.91 ถนนใน อบต./หมู่บ้านร้อยละ 36.74 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 17.00 น. ร้อยละ 9.09 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 40 - 59 ปี ร้อยละ 15.58

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,905 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 61,730 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 437,936 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 91,546 คน มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 26,248 คน ไม่มีใบขับขี่ 23,253 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และจันทบุรี (จังหวัดละ 3 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (16 คน) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 52 จังหวัด

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค.2564 - 3 ม.ค.2565) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,488 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 300 คน ผู้บาดเจ็บรวม 2,471 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ (92 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (20 คน) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (91 คน) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 6 วันของการรณรงค์มี 11 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครนายก ปัตตานี พังงา แพร่ แม่ฮ่องสอน ยะลา ระนอง สตูล สมุทรสงคราม และสุโขทัย

 

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยว่า คาดว่าเส้นทางสายหลักจะยังมีปริมาณการจราจรหนาแน่นในบางจุด ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนต่อเนื่อง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครเข้มข้นการปฏิบัติงานของจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก สายรอง ทางลัด และทางเลี่ยงเมือง เพื่ออำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง

พร้อมกวดขันตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง คือ ห้ามดื่ม ห้ามเร็ว ห้ามง่วง ห้ามโทร ต้องสวมหมวกนิรภัย และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย” เพื่อคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ขอฝากผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และมีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ท้ายนี้ ประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือแจ้งเหตุทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน