ร้องนายกฯ ทบทวนหั่นงบฯ ทส. เลิกจ้าง "ผู้พิทักษ์ป่า" 50%

ร้องนายกฯ ทบทวนหั่นงบฯ ทส. เลิกจ้าง "ผู้พิทักษ์ป่า" 50%

ร้องนายกฯ ทบทวนหั่นงบฯ ทส. เลิกจ้าง "ผู้พิทักษ์ป่า" 50%

รูปข่าว : ร้องนายกฯ ทบทวนหั่นงบฯ ทส. เลิกจ้าง "ผู้พิทักษ์ป่า" 50%

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ทบทวนการจัดสรรงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อม หลัง ทส.ถูกลดงบฯ ปี 65 กระทบผู้พิทักษ์ป่าถูกเลิกจ้างถึง 50% ชี้เป็นบุคลากรสำคัญช่วยปกป้องธรรมชาติ ผืนป่า และสัตว์ป่า

วันนี้ (14 ม.ค.2565) นายภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวถึงการยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาทบทวนการจัดสรรงบประมาณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าอาจได้รับผลกระทบถูกเลิกจ้างถึง 50% ว่า เตรียมสอบถามเพิ่มเติมจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรต่อไปหลังได้ยื่นหนังสือแล้ว คาดหวังว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบกลาง ประมาณ 70-100 ล้านบาท มาอุดช่องโหว่ในส่วนนี้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

อยากให้มีกันการพูดคุยกันว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งสำนักปลัดฯ และกระทรวงทรัพย์ฯ ถึงแนวทางแก้ปัญหา

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนการจัดสรรงบฯ ดังกล่าว กระทบพนักงานจ้างเหมาของอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยเนื้อหาหนังสือได้เรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องโปรดพิจารณาทบทวนการจัดสรรงบประมาณในการจัดจ้างพนักงานพิทักษ์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยมีรายเอียดดังนี้

เนื่องจากกรณีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เหลือเพียง 8,534 ล้านบาท จากเดิมในปี 2564 ได้งบประมาณ 16,143 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 47% ประกอบกับการจัดเก็บเงินรายได้อุทยานแห่งชาติจำนวน 155 แห่ง จากค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ในปี 2564 นั้นลดลงกว่า 975 ล้านบาท

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช


มีเงินรายได้จากค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ จำนวน 390,862,987 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่จัดเก็บเงินรายได้รวมกว่า 1,366,711,004 ล้านบาทนั้น ส่งผลกระทบต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต่อการจัดจ้างพนักงานพิทักษ์ป่า (พนักงานจ้างเหมา) ในการดูแลและคุ้มครองผืนป่าและสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งถูกเลิกจ้างถึง 50%

พนักงานพิทักษ์ป่า คือ บุคลากรสำคัญของการดูแลปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจากการใช้ระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) ที่ต้องใช้บุคลากรในการเดินลาดตระเวน พร้อมเก็บข้อมูลเชิงนิเวศ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ การขาดบุคลากรเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ผืนป่า และสัตว์ป่าของประเทศ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผืนป่า และสัตว์ป่า ซึ่งได้สนับสนุนและทำงานร่วมกับกรมอุทยานฯ มาอย่างต่อเนื่องจนเกิดรูปธรรมด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการลาดตระเวนเชิงคุณภาพอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มป่าตะวันตก

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ทั้งนี้ ทรัพยากรธรรมชาติคงอยู่ได้ สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์สามารถฟื้นฟูจำนวนประชากร เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของพนักงานพิทักษ์ป่า โดยการเลิกจ้างพนักงานพิทักษ์ป่าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการบริหารจัดการพื้นที่ และป้องปรามภัยคุกคามต่าง ๆ และยังกระทบต่อสวัสดิภาพ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของคนทำงานระดับล่าง

มูลนิธิฯ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนการจัดสรรงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ 2565 อีกครั้ง และหารือแนวทางแก้ไขสภาพปัญหาดังกล่าว เพื่อให้งานดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ผืนป่า และสัตว์ป่า ซึ่งเป็นฐานแห่งความมั่นคงของประเทศ และเป็นตัวแปรสำคัญของการต่อสู้กับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัญหาระดับโลก ให้คงอยู่และยังประโยชน์สืบต่อไป

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เหตุผลเลิกจ้าง "ผู้พิทักษ์ป่า" 1,731 คน ยอมหั่นเงินเดือน 25% 

 

กลับขึ้นด้านบน