ตร.มั่นใจคดี “ล่าเสือ” เอาผิดได้ ไม่เชื่อฆ่าเพราะกินวัว-โยงค้าสัตว์ป่า

ตร.มั่นใจคดี “ล่าเสือ” เอาผิดได้ ไม่เชื่อฆ่าเพราะกินวัว-โยงค้าสัตว์ป่า

ตร.มั่นใจคดี “ล่าเสือ” เอาผิดได้ ไม่เชื่อฆ่าเพราะกินวัว-โยงค้าสัตว์ป่า

รูปข่าว : ตร.มั่นใจคดี “ล่าเสือ” เอาผิดได้ ไม่เชื่อฆ่าเพราะกินวัว-โยงค้าสัตว์ป่า

ตำรวจเร่งหาหลักฐานเชื่อมโยงขบวนการค้าสัตว์ป่า หลังผู้ต้องหาทั้ง 5 คน คดีล่าเสือโคร่งป่าทองผาภูมิได้รับการประกันตัว ไม่ปักใจเชื่อเหตุหลักฐานในที่เกิดเหตุบ่งชี้พรานมืออาชีพ ส่งตัวอย่างของกลางพิสูจน์

กรณีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตรวจยึดและจับกุมซากเสือโคร่ง 2 ตัว หนังเสือ ที่ถูกฆ่าและย่างรมควันไว้ พร้อมอาวุธปืน ที่บริเวณป่าห้วยปิล๊อก หมู่ที่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

วันนี้ (17 ม.ค.2565) นายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ให้สัมภาษณ์ไทยพีเอสออนไลน์ว่า หลังจากมีการส่งดำเนินคดีผู้ต้องหาคดีฆ่าเสือโคร่ง 2 ตัว ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่ขณะนี้ทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ประกันตัวแล้ว แม้ว่าในชั้นพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว ซึ่งถือเป็นดุลยพินิจของศาลและเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่การสอบสวนขยายผลในทางคดียังจะดำเนินงานตามขั้นตอน

เร่งหาความเชื่อมโยงขบวนการล่าสัตว์ป่า

ด้าน พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวว่า ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อรูปคดี

“รูปคดีไม่เปลี่ยน ตอนนี้ถ้าดูจากร่องรอยหลักฐาน การแล่เนื้อเสือที่มีความชำนาญ แต่ผู้ต้องหาให้การว่าเสือมากัดวัว ตรงนี้ผมคิดว่าไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับหนังเสือที่แล่ออกมาขึง เหมือนกับว่าจะเตรียมนำไปขาย”

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า หลักฐานที่เชื่อมโยงการค้าสัตว์ป่ายังไม่มีอะไรมารองรับ ซึ่งอยู่ในกรอบที่พนักงานสอบสวนต้องหาข้อมูล โดยหลักฐานในที่เกิดเหตุบ่งชี้แบบนี้ ส่วนจะเชื่อมโยงกับกลุ่มใดที่ต้องจับตาหรือไม่ ขอเวลาให้ตำรวจทำงาน

ยันไม่ปักใจฆ่าเสือมากัดวัว-ทำแบบมืออาชีพ

การต่อจิกซอว์ยังหาพยานอยู่ ไปค้นบ้านผู้ต้องหา สืบประวัติว่าเคยมีการกระทำการมาก่อนหรือไม่

เมื่อถามว่าการทำคดียากหรือง่าย เหมือนคดีจะจบเร็วหรือไม่ พล.ต.ต.ปัญญายืนยันว่า ไม่ได้ตัดตอนทางคดี พนักงานสอบสวนทำตามขั้นตอน และอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิก็ยังหาพยานหลักฐาน ซึ่งการดำเนินคดีเป็นไปตามข้อกล่าวหาทุกประการ แต่หากพิสูจน์ได้ว่าเข้าข่ายการค้าสัตว์ป่า ก็จะมีความผิดฐานฟอกเงินด้วย

มีรายงานว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว วงเงินหลักทรัพย์ค้ำประกันคนละ 100,000 บาทได้มาจากเรี่ยไรเงินของชาวบ้านมาช่วยประกันครั้งนี้

2 สัปดาห์ตรวจดีเอ็นเอของกลางในคดี

ส่วนความคืบหน้าของคดี ในวันนี้ (17 ม.ค.) พนักงานสอบสวนจะส่งหลักฐานและของกลางทั้งหมด ไปตรวจพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะสามารถสรุปสำนวน ส่งพนักงานอัยการพิจารณาได้

สำหรับกรณีที่อาวุธปืน 1 ใน 4 กระบอก ของกลางที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นของทางราชการนั้น ตำรวจจะประสานขอข้อมูลกับทางอำเภอ เพื่อขอทราบที่มาที่ไปของอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ว่าไปตกอยู่ในที่เกิดเหตุได้อย่างไร และได้มอบให้กับผู้ใดครอบครองไว้ พร้อมทั้งเชิญตัวผู้ครอบครองมาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งมอบตัวกับตำรวจ 4 คนสงสัย "ล่าเสือโคร่ง" ป่าทองผาภูมิ

“วราวุธ” จี้เอาผิดถึงที่สุด 4 ชาวบ้าน “ล่าเสือโคร่ง" ป่าทองผาภูมิ

ตั้งข้อหา 5 คน ล่า "เสือโคร่ง" ทองผาภูมิ สอบต้นตอใช้ปืน อปพร.

ฝากขังวันนี้ผู้ต้องหา 5 คน คดีล่าเสือโคร่ง ตร.แจ้งเพิ่ม 1 ข้อหา

กลับขึ้นด้านบน