ศบค.เผย "ร้านอาหาร-สถานบันเทิง" คลัสเตอร์อันดับ 1 หลังปีใหม่

ศบค.เผย "ร้านอาหาร-สถานบันเทิง" คลัสเตอร์อันดับ 1 หลังปีใหม่

ศบค.เผย "ร้านอาหาร-สถานบันเทิง" คลัสเตอร์อันดับ 1 หลังปีใหม่

รูปข่าว : ศบค.เผย "ร้านอาหาร-สถานบันเทิง" คลัสเตอร์อันดับ 1 หลังปีใหม่

"พญ.อภิสมัย" ระบุแนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยเพิ่มสูงขึ้นใกล้เคียงกับทิศทางโลก ขณะที่คลัสเตอร์อันดับหนึ่งหลังปีใหม่ยังเป็นร้านอาหาร-สถานบันเทิง

วันนี้ (19 ม.ค.2565) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งจะพิจารณาหลายประเด็น เช่น การประกาศพื้นที่สี การผ่อนคลายกิจการกิจกรรมบางพื้นที่ สถานบันเทิง รวมถึงการเข้ามาในราชอาณาจักร

ขณะที่ ศบค.ชุดเล็กจะพิจารณาปัจจัยการติดเชื้อ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ โดยจะพิจารณาหลักฐานการติดเชื้อทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น จนสร้างความกังวลให้กับองค์การอนามัยโลก เพราะหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 ตัวเลขผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะสายพันธุ์ "โอมิครอน" มีทิศทางที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในยุโรป และสหรัฐอเมริกา

 

สำหรับวันนี้ (19 ม.ค.) หลายประเทศมีผู้ติดเชื้อหลักแสนคน ทั้งสหรัฐฯ อินเดีย บราซิล สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และเยอรมณี ถึงแม้ว่าจะมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ แต่ทิศทางทั่วโลกยังมีตัวเลขค่อนข้างสูง

โดยรวมๆ มีผู้ติดเชื้อรายงานทั่วโลก วันเดียวขึ้นไป 3 ล้านกว่า อัตราตายอยู่ที่ 1.66% หรือใน 1 วันที่ผ่านมามีรายงานผู้เสียชีวิตทั่วโลก 8,039 คน

นอกจากนี้ในสหรัฐฯ ยังมีรายงานว่าขณะนี้ 98% ของการรายงานสายพันธุ์เป็น "โอมิครอน" และเกิดความกังวลว่าอัตราการแพร่ระบาดของโอมิครอนในประเทศ ทดแทนเดลตาได้ในเวลาต่ำกว่า 1 เดือน ถือเป็นการแพร่ระบาดที่รวดเร็ว

ส่วนที่ยุโรปมีการรายงานว่าตั้งแต่เดือน ธ.ค.2564 เป็นต้นมา จำนวนผู้ติดเชื้อในโรงพยาบาลสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง อีกทั้งยังเผชิญกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในช่วงหน้าหนาว จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคแบบทวีคูณ จนกระทบกับระบบสาธารณสุข

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ของไทยมีความเป็นห่วง หากเกิดการติดเชื้อจำนวนมาก ก็จะต้องจัดสรรเตียงหรือบุคลากรทางการแพทย์ไปดูแลโรคติดเชื้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการดูแลผู้ป่วยโรควิกฤตอื่น เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไต เป็นต้น

 

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า ทิศทางกราฟผู้ป่วยของไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับทิศทางโลก แม้ยังทรงๆ แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 เพิ่มสูงขึ้น หลังจากติดตามคลัสเตอร์หลังปีใหม่เป็นต้นมา ขณะที่อัตราการเสียชีวิตยังไม่สูงตาม

กรุงเทพฯ ยังมีผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุด หากนับตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.2565 เป็นต้นมา วันนี้ (19 ม.ค.) ถือว่ายอดรวมเกิน 10,000 คน ส่วนทิศทางทั้งประเทศ พบว่า จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) จะมีรายงานตัวเลขขยับขึ้น

จากการสอบสวนโรคของกรมควบคุมโรค พบว่า คลัสเตอร์ที่เป็นอันดับ 1 ตั้งแต่หลังปีใหม่เป็นต้นมา ยังคงเป็นร้านอาหาร รวมทั้งสถานบันเทิง

ทั้งนี้ จะต้องมีการพูดคุยกันให้ชัดเจน ก่อนที่ ศบค.ชุดใหญ่จะพิจารณาผ่อนคลายหรือไม่ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.)

ขณะที่ข้อมูลนำเข้าของ สธ.วันนี้ รายงานสถานบันเทิงกึ่งผับที่เปิดเป็นร้านอาหาร มีทั้งคลัสเตอร์นนทบุรี เพชรบุรี อุบลราชธานี นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่สำรวจโดยละเอียด พบว่า สถานบันเทิง 21 แห่งที่มีรายงานพบการติดเชื้อ ในจำนวนนี้มี 7 ร้าน เป็นสถานบันเทิงที่เปิดโดยผ่านการประเมินของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้ว แต่กลับย่อหย่อนมาตรการจนทำให้เกิดการติดเชื้อ และยังพบอีก 14 ร้านเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นร้านที่เปิดในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวที่อนุญาตให้เปิดได้ แต่ก็ต้องเปิดถึงเวลา 21.00 น.เท่านั้น ซึ่งพบว่า 14 ร้านเหล่านี้ฝ่าฝืนมาตรการและเกิดการติดเชื้อ

อ่านข่าวอื่นๆ

เลขาฯ สมช.ชง ศบค.ชุดใหญ่ต่อเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน

จับตา 20 ม.ค.นี้ ชง ศบค. ปรับพื้นที่สี-เพิ่มจังหวัดแซนด์บ็อกซ์

"หมอประสิทธิ์" แนะคนไทยเร่งฉีดเข็ม 3 สร้างภูมิคุ้มกัน "โอมิครอน"

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน