ครม.ไฟเขียว คนละครึ่งเฟส 4 คนละ 1,200 บาท ใช้ได้ 1 ก.พ.

ครม.ไฟเขียว คนละครึ่งเฟส 4 คนละ 1,200 บาท ใช้ได้ 1 ก.พ.

ครม.ไฟเขียว คนละครึ่งเฟส 4 คนละ 1,200 บาท ใช้ได้ 1 ก.พ.

รูปข่าว : ครม.ไฟเขียว คนละครึ่งเฟส 4 คนละ 1,200 บาท ใช้ได้ 1 ก.พ.

ครม.ไฟเขียว "คนละครึ่งเฟส 4" คนละ 1,200 บาท เริ่ม 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 2565 พร้อมแจกเงิน "เราชนะ" กลุ่มเปราะบาง-บัตรสวัสดิการฯ คนละ 600 บาท หวังบรรเทาค่าครองชีพ

วันนี้ (24 ม.ค.2565) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงิน 34,800 ล้านบาท โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โดยจะดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-30 เม.ย. 2565 จำนวน 29 ล้านสิทธิ ส่วนของการลงทะเบียนประชาชนที่ได้รับสิทธิอยู่แล้ว ในระยะที่ 3 จำนวน 27.78 ล้านสิทธิ สามารถกดยืนยันในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไป 

ส่วนอีกจำนวนกว่า 1 ล้านสิทธิ สามารถลงทะเบียนใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. และใช้สิทธิได้วันที่ 17 ก.พ.-30 เม.ย. ซึ่งวงเงินที่รัฐบาลอนุมัติคือ 1,200 บาท บาท

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติโครงการเพิ่มกำลังซื้อ ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 และ ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ระยะที่ 2 คนละ 600 บาทต่อคน เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย. 2565 โดยเติมเดือนละ 200 บาท

 

แจกเงิน กลุ่มเปราะบาง-บัตรสวัสดิการฯ คนละ 600 บาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ครม.เห็นชอบมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ตามที่ ก.คลัง ครอบคลุมประชากรกว่า 44.7 ล้านคน โดยใช้วงเงินรวมกว่า 80,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม 500,000 ล้านบาท โดย ก.คลัง จะดำเนินการโครงการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 4 เพื่อใช้จ่ายในโครงการธงฟ้าฯ และร้านค้าคนละครึ่ง คนละไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย.2565) โดยไม่มีการทบสะสมในเดือนถัดไป รวมเป็นเงินโครงการประมาณ 8,000 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ถือบัตร 13.45 ล้านคน

ไม่เพียงการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังจะดำเนินการเติมเงินให้กลุ่มเปราะบางในโครงการเราชนะกลุ่มที่ 4 คนละ 200 บาท ต่อคน ต่อเดือนเป็นเวลา 3 เดือน โดยไม่มีการทบเงินสะสมในเดือนถัดไป สามารถใช้บัตรประชาชนใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย. 2565 ใช้เงินกู้กว่า 1,352 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ 2.25 ล้านคน

ลงทะเบียนใหม่อีก 1 ล้านคน 10 ก.พ. ผ่าน "เป๋าตัง"

ส่วนโครงการคนละครึ่งระยะที่ 4 จะเริ่มเร็วขึ้น จากเดิมจะเปิดลงทะเบียนวันที่ 14 ก.พ. และเริ่มใช้จ่าย 21 ก.พ. นั้น

นายอาคม กล่าวว่า ปัญหาค่าครองชีพที่เกิดขึ้นทำให้ ก.คลัง จะเปิดระบบยืนยันตัวตนบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับผู้อยู่ในโครงการรายเดิม จำนวน 27.98 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 28 ก.พ.2565 เวลา 22.59 น. มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ ผู้ยืนยันตัวตนแล้วสามารถใช้จ่ายได้ทันที และยังเปิดรับผู้เข้าโครงการรายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 2565 จำนวน 1 ล้านสิทธิ และเริ่มใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. - 30 เม.ย. 2565 บนเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.Com

ในการดำเนินโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ได้ปรับลดวงเงินใช้จ่ายจากเดิมคนละ 3,000 บาท เหลือคนละไม่เกิน 1,200 บาท โดยรัฐจะเติมวงเงินเข้าระบบผู้ใช้สิทธิวันละไม่เกิน 150 บาท

 

นายอาคม กล่าวว่า หลังประเมินจากข้อมูลการใช้จ่ายจากโครงการระยะที่ 3 ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิไม่เต็มวงเงิน หรือ ไม่ใช้จ่ายเลย แต่โดยเฉลี่ยจะใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 157 บาท ประกอบกับดัชนีการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจการจ้างแรงงานกลับเข้ามาในระบบกำลังค่อย ๆ ฟื้นตัว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงมากนัก แต่เป็นเพียงการช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพเท่านั้น โดยมาตรการข้างต้นเป็นมาตรการที่ต้องทำควบคู่ไปกับ มาตรการควบคุมราคาสินค้า การตรึงราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้มด้วย

สำหรับการดำเนินมาตรการบรรเทาค่าครองชีพครั้งนี้ ทำให้เหลือวงเงินกู้ 100,000 ล้านบาท สุดท้าย จากกรอบ พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติม 500,000 ล้านบาทนายอาคม กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องพูดเรื่องขอกู้เงินเพิ่มเติม เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน