ศบค.ห่วงคลัสเตอร์ "สถานศึกษา" ติดโควิดแล้ว 11 จังหวัด

ศบค.ห่วงคลัสเตอร์ "สถานศึกษา" ติดโควิดแล้ว 11 จังหวัด

ศบค.ห่วงคลัสเตอร์ "สถานศึกษา" ติดโควิดแล้ว 11 จังหวัด

รูปข่าว : ศบค.ห่วงคลัสเตอร์ "สถานศึกษา" ติดโควิดแล้ว 11 จังหวัด

"พญ.อภิสมัย" ระบุคลัสเตอร์สถานศึกษายังพบนักเรียนติดโควิด-19 ต่อเนื่อง ล่าสุด 11 จังหวัด ปัจจัยเสี่ยงมาจากการทำกิจกรรมรวมกลุ่ม ส่วนโรงเรียนประจำใน จ.ราชบุรี ที่พบผู้ติดเชื้อแล้ว 311 คน เบื้องต้นปิดโรงเรียนชั่วคราว

วันนี้ (28 ม.ค.2565) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยังคงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นพื้นที่สีฟ้าทั้งจังหวัด และกลุ่มจังหวัดที่มีการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวบางพื้นที่ ก็มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อมากว่าพื้นที่อื่นๆ

ขณะเดียวกันที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับคลัสเตอร์ร้านอาหาร โรงเรียน ตลาด โรงงาน/สถานประกอบการ พิธีกรรมทางศาสนา โดยวันนี้ (28 ม.ค.) มีรายงานงานแต่งงานที่ จ.น่าน จันทบุรี สระบุรี งานศพ และงานบวชใน จ.ร้อยเอ็ด

เน้นย้ำเสมอว่า การจัดพิธีกรรมไม่ได้เป็นตัวทำให้เกิดการติดเชื้อ แต่พบว่าหลังพิธีกรรมมักมีการจัดเลี้ยงอาหาร เปิดหน้ากาก ใกล้ชิดล้อมวงทำกิจกรรม รวมถึงมีการเล่นพนันในบางพื้นที่

ศบค.ย้ำสถานศึกษา "งดกิจกรรมรวมกลุ่ม"

ขณะที่คลัสเตอร์สถานศึกษา วันนี้ (28 ม.ค.) มีรายงานหลายจังหวัด ทั้งราชบุรี น่าน เพชรบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ หนองคาย ยโสธร เลย และศรีสะเกษ ซึ่งโรงเรียนที่พบการติดเชื้อมีตั้งแต่โรงเรียนอนุบาล ก่อนวัยเรียน สถานศึกาษาภาครัฐ-เอกชน โรงเรียนประจำ โรงเรียนกีฬา รวมถึงโรงเรียนมัธยม

ทั้งนี้ แต่ละโรงเรียนที่พบรายงานการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน เมื่อสำนักงานสาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าทุกโรงเรียนมีการกำหนดมาตรการเข้มงวด และมีบุคลากรที่ฉีดวัคซีนค่อนข้างครบถ้วน แต่ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อมักจะมาจากการจัดกิจกรรม มีการรวมกลุ่ม เช่น การจัดแข่งขันกีฬา ปัจฉิมนิเทศ เป็นต้น

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า มีการวิเคราะห์โรงเรียนที่ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ขณะนี้คลัสเตอร์เดียวมีรายงานยืนยันจาก สสจ.ราชบุรี มีผู้ติดเชื้อรวม 311 คน ซึ่งเป็นกรณีที่โรงเรียนประจำอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านช่วงปีใหม่ และกลับเข้าโรงเรียนในวันที่ 14-16 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนักเรียนประมาณ 570 คนกลับมาจากสถานที่แตกต่างกัน โรงเรียนได้ตรวจ ATK ในเบื้องต้นตั้งแต่วันที่นักเรียนเดินทางกลับมา ซึ่งผลเป็นลบทั้งหมด รวมทั้งบุคลากรครูด้วย

แต่เมื่อมีมาตรการตรวจ ATK เป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา พบผลบวก 120 คน ทางโรงเรียนจึงแจ้งไปยัง สสจ.จังหวัด และมีการส่งทีมควบคุมโรคลงพื้นที่ คัดแยกผู้ป่วย แยกกักผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวมถึงเก็บตัวอย่าง PCR ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.เป็นต้นมา กระทั่งมีรายงานล่าสุดผลเป็นบวก 311 คน จากจำนวนนักเรียนและครูรวม 576 คน โดยนักเรียน 26 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และอีก 285 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม เบื้องต้นมีมาตรการปิดโรงเรียนชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำให้โรงเรียนงดการจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม และขอให้จัดมาตรการคล้ายกับโรงงานหรือสถานประกอบการ คือ บับเบิล แอนด์ ซิล

ตรวจ ATK แม่นยำเพียงพอหรือไม่ ?

พญ.อภิสมัย น้นย้ำว่า ATK มีความสำคัญ แต่ต้องพึงระวังว่าสามารถเกิดผลลบลวง ไม่เกิน 10% อยู่ที่ 5% 7% หมายความว่า ผู้ป่วยเป็นผู้ติดเชื้อ มีเชื้อในร่างกายแล้ว แต่ว่าการตรวจ ATK อาจยังไม่ไวพอ ทำให้ผลออกมาเป็นลบ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แนะนำว่า แม้ผลตรวจ ATK เป็นลบ แต่หากมีประวัติเสี่ยง ก็ขอให้กักตัวด้วย

และกรณีที่ผล ATK เป็นบวก หรือเข้าข่ายติดเชื้อ ก็มีคำแนะนำให้ต้องกักตัว 7 วันและสังเกตอาการ จากนั้นในวันที่ 8 9 10 แม้ผลยังเป็นลบ ก็สามารถไปทำงานได้ แต่ต้องแยกพื้นที่กับผู้อื่น เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะ

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 โอมิครอนสายพันธุ์ BA.2 พญ.พิศมัย ระบุว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เน้นย้ำว่ายังไม่มีรายงานชัดเจนที่น่าเป็นห่วง นอกจากนี้ยังได้ติดตามสถานการณ์โลกและตรวจผู้ป่วยในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด แม้พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวเกิน 14 คน แต่เบื้องต้นยังไม่พบความแตกต่างทางพันธุกรรมมากมายจากโอมิครอนเดิม

แต่อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่ายังสามารถตรวจสายพันธุ์ BA.2 ได้จาก ATK และ PCR ที่ได้มาตรฐาน และขณะนี้แม้ว่ายังไม่มีรายงานความรุนแรงว่าจะมากไปกว่าโอมิครอนเดิม แต่ก็ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวอื่นๆ

คลัสเตอร์ใหม่! ร.ร.ประจำหญิงราชบุรี ติดโควิดสะสม 311 คน

ขอนแก่น สั่งปิดโรงเรียนชั้นต่ำกว่า ป.5 - กวดวิชา 1-14 ก.พ.นี้

 

กลับขึ้นด้านบน